ดร.วิชัย พยัคฆโส
Payackso@gmail.com

“วันแรงงานแห่งชาติ” ผ่านพ้นไปแล้วด้วยการมีกิจกรรมของผู้ใช้แรงงาน 2 แห่ง ต่างยื่นข้อเรียกร้องรวม 9 ข้อ และ 12 ข้อตามลำดับให้รัฐบาลพิจารณา โดยเฉพาะแรงงานขั้นต่ำให้เป็น 492 บาท/วัน ทุกจังหวัด

นับเป็นค่าจ้างที่สูงมาก สูงกว่ารัฐบาลที่เคยหาเสียงไว้เพียง 400 บาทเท่านั้น ในส่วนของผู้ใช้แรงงานได้วิเคราะห์กันแล้วค่าครองชีพที่สูงยิ่งทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารการกิน เช่น ไข่ไก่ และอาหารอื่นๆต่างปรับราคากันถ้วนหน้า ทำให้ผู้ใช้แรงงานที่มีค่าบ้านเช่า ค่าครองชีพอื่นๆที่ไม่พอใช้ เท่ากับว่าของอื่นๆแพงหมด แต่ค่าจ้างแรงงานของผู้ไร้ฝีมือเดือดร้อนอยู่ไม่ได้

ความจริงคงเป็นเช่นนั้น แต่การปรับขึ้นค่าจ้างทั้งประเทศ ดูออกจะไม่ยุติธรรม เพราะบรรดาหัวเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต มีค่าครองชีพที่สูงจริง แต่บรรดาจังหวัดเล็กๆย่อมมีค่าครองชีพต่ำกว่า

ความเป็นไปได้คงปรับเฉพาะจังหวัดที่มีค่าครองชีพที่สูงและต่ำลดหลั่นกันไป เป็นไปไม่ได้ที่ค่าจ้างจะปรับให้เท่ากัน

รัฐบาลกำลังพิจารณาค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำโดยคณะกรรมการค่าจ้างประจำจังหวัด และส่งข้อมูลให้กรรมการไตรภาคีอีกต่อหนึ่ง

แต่ที่แน่ๆ ถ้าลูกจ้างช่วยกันยกระดับแรงงานที่ไร้ฝีมือให้เป็นผู้มีฝีมือด้วยการเพิ่มศักยภาพจากการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยนับสิบอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ซึ่งผู้มีมาตรฐานฝีมือจะได้ค่าจ้างแรงงานสูงกว่าขั้นต่ำ โดยองค์กรแรงงานไม่เคยพูดถึง

กระทรวงแรงงานมีหน้าที่ดูแลความทุกข์ยากของผู้ใช้แรงงานทุกเรื่องอยู่แล้ว ได้กำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานไว้อบรมและทดสอบ หากผ่านมาตรฐานจะได้รับค่าจ้างเพิ่มตามโดยความเห็นชอบของนายจ้าง โดยผู้ใช้แรงงานควรได้รับการพัฒนา

อันที่จริง ผู้ใช้แรงงานพึงมีคือทักษะที่เพิ่มขึ้น โดยดูจากภาคอุตสาหกรรมว่ามีอุตสาหกรรมใดที่ยอมรับมาตรฐานแล้วพัฒนาให้ได้ เป็นการยกระดับความสามารถของผู้ใช้แรงงานเอง มิใช่เอาแต่เรียกร้องโดยไม่ได้รับการพัฒนา

การปรับราคาค่าจ้างขั้นต่ำแรงงานต่างชาติจะได้รับเช่นกัน มิใช่เฉพาะแรงงานไทยเท่านั้น จะกลายเป็นการปรับค่าจ้างให้กับแรงงานพม่า ลาว เขมร อีกด้วย จึงเป็นภาระของนายจ้างที่อาจไม่สามารถอยู่ได้

การเพิ่มค่าจ้างในสภาวะข้าวของแพงเห็นด้วยควรปรับให้ทันต่อสภาพความเป็นอยู่ แต่ตัวเลขคงต้องดูให้เหมาะสมทั้งลูกจ้าง และนายจ้าง ควรมีแรงงานไร้มือและมีฝีมือที่แตกต่างกัน

องค์กรผู้ใช้แรงงานไม่เคยพูดถึงการพัฒนาฝีมือแรงงานกันเลย หากละเลยและลืมที่จะพัฒนาตนเองคงได้แต่เรียกร้องทุกปี ควรรอให้คณะกรรมการค่าจ้างได้พิจารณาความเหมาะสมกันก่อนดีกว่า