“อนุสรณ์”ชี้“ห้างฯ-โชว์ห่วย”เร่งปรับตัวรับมือยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ “อาลีบาบา”ฮุบสินค้าไทย ขณะที่ “นิดาโพล” เผยปชช. ส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 22 เม.ย.61 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ผลกระทบของอาลีบาบา หรืออีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ เช่น เจดีดอทคอม, อเมซอน, ช้อปปี้, 11 สตรีท, ลาซาด้า ต่อเศรษฐกิจ ว่า จะส่งผลให้เกิดการเติบโตและขยายตัวเพิ่มขึ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบก้าวกระโดด เพราะการที่แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกขยายการลงทุนมาประเทศไทย ก็หวังจะใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ไปสู่การขยายตลาดในภูมิอาเซียนจะทำให้ไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการกระจายสินค้าและบริการในภูมิภาคได้ผ่านดิจิตอล ฮับต่างๆ

“เบื้องต้นเห็นว่า จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและช่องทางในการกระจายสินค้าให้กับผู้ผลิตของไทยสู่ตลาดโลก แต่อีกด้านจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของไทย และที่มีผลกระทบหนักคือธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและร้านค้าปลีกรายย่อยและโชว์ห่วยของไทย หากธุรกิจไทยทั้งออฟไลน์และออนไลน์ไม่สามารถปรับตัวให้แข่งขันได้โอกาสและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการเติบโตของการค้าสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์ย่อมตกแก่ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมเข้ามาลงทุน”

ขณะที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้าโพล เผยผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง เศรษฐกิจไทยดีขึ้นหรือไม่ ใน 3 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.92 ระบุว่า เศรษฐกิจแย่ลง และร้อยละ 52.08 มองว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยร้อยละ 49.44 ไม่เชื่อมั่นในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ช่วยประชาชนทุกระดับอย่างแท้จริง ไม่ตรงจุด ไม่ต่อเนื่อง และเป็นมาตรการในระยะสั้นเท่านั้น