จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคคนไทยและทั่วโลกหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพและฟิตเนสในเมืองไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาท และแม้การแข่งขันในธุรกิจฟิตเนสจะสูง แต่ยังมีช่องว่างให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะแบรนด์ฟิตเนสระดับอินเตอร์ฯเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยได้ โดยชูโมเดลเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ช่วงชิงจำนวนสมาชิกใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานไม่เป็นเวลา หรือทำงานดึก หรือแม้กระทั่งผู้ที่ต้องการออกกำลังกายตามเวลาที่สะดวก

ไมเคิล เดวิด แลมบ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟิตเนสแอนด์ไลฟ์สไตล์กรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ เจ็ทส์ฟิตเนส เอเชีย (Jetts 24 Hour Fitness) เปิดเผยว่า เจ็ทส์ คือ ผู้บุกเบิกฟิตเนสในรูปแบบที่เปิดให้บริการ 24 ชม. จ่ายค่าบริการแบบรายเดือน โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด และคำนึงถึงความไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นหลัก โดย เปิดตัวครั้งแรกในออสเตรเลียเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยแนวคิดที่แตกต่างจึงทำให้ เจ็ทส์ กลายเป็นผู้จุดประกายให้เกิดการปฎิวัติอุตสาหกรรมฟิตเนสทั่วประเทศ ขณะที่การเปิดตัว เจ็ทส์ ในประเทศไทยเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ให้คนไทยสามารถออกกำลังกายได้ตามความต้องการตลอด 24ชั่วโมง สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวัน และให้อิสระแก่สมาชิกในการเลือกใช้บริการของคลับได้ทุกแห่งกว่า 250 สาขา ทั่วโลก ทั้งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ รวมทั้งประเทศไทย

สำหรับตลาดในกรุงเทพฯยังมีช่องว่างสำหรับฟิตเนสอีกมาก โดยเฉพาะโมเดลเปิดบริการ 24 ชั่วโมงเชื่อว่าจะตอบโจทย์หลายอาชีพที่ทำงานไม่เป็นเวลา อาทิ หมอ พยาบาล ตำรวจและฟรีแลนซ์ โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้มีต้องการบริการและอุปกรณ์เช่นเดียวกับฟิตเนสปกติ และราคาเข้าถึงได้ และเดินทางได้สะดวก จึงเป็นโอกาสให้บริษัท นำแบรนด์ เจ็ทส์ เข้ามาเปิดให้บริการ พร้อมวางแผนที่จะขยายสาขาตามแนวรถไฟฟ้า และใจกลางเมือง ในจำนวน 20 สาขาต่อปี ต่อเนื่อง 5 ปี หรือภายใน 5 ปีจะมีสาขากว่า 100 แห่ง แบ่งเป็นการเปิดกรุงเทพฯ 10 สาขา และ ตจว. 10 สาขาต่อปี พื้นที่เฉลี่ย 750 ตร.ม. ลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อสาขา หรือ 360 ล้านบาทต่อปี

ส่วนปีนี้วางแผนที่จะขยายสาขาทั้งหมด 8 สาขาใหม่ จากปัจจุบันมี 7 สาขา โดยเปิด 4 แรกของปีเปิดพร้อมกันในเดือนมี.ค. ได้แก่ สาขาสเตเดียม วัน (จุฬาฯ) BTS สนามกีฬาฯ, เดอะสตรีท (รัชดา) MRT ศูนย์วัฒนธรรม, เดอะฟิล (อ่อนนุช) BTS อ่อนนุช และ สีลม คอนเนค (ช่องนนทรี) BTS ช่องนนทรี และอีก 3 คลับเดิม คือ สวนเพลิน มาร์เก็ต (พระราม 4), นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว (เกษตร-นวมินทร์) และเดอะซีน (ทาวน์อินทาวน์) ทั้งนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจสู่หัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ พัทยา โดยเป้าหมายปีนี้คาดว่าจะขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หรือประมาณ 8,000 ราย จากปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ที่ 5,000 ราย

ด้านอัตราการค่าใช้บริการ จะมีค่าแรกเข้า 1,500 บาทและค่ารายเดือน 1,500 บาท รวมเป็น 3,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอินเตอร์แบรนด์รายอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 25 นอกจากนี้ยังมีจุดแข็งและความแตกต่างจากคู่แข่งในเซ็กเมนต์ 24 ชั่วโมง ด้วยคุณภาพของอุปกรณ์ และคลาสออกกำลังระดับเดียวกับ ฟิตเนสรายใหญ่ อีกทั้งยังเตรียมทำตลาดแบบครบวงจรที่เน้นโซเชียลมีเดียและการบอกต่อของสมาชิก

นาตาเลีย ฟรอบบิท

นาตาเลีย ฟรอบบิท ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟิตเนส24เซเว่น หนึ่งในผู้นำด้านฟิตเนสจากประเทศสวีเดน เปิดเผยว่า เป้าหมายของการเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยของฟิตเนส24เซเว่น เพื่อต้องการมอบบริการที่ดีในราคาที่คุ้มค่าแก่กลุ่มลูกค้าชาวไทยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิด Fitness on Your Term ของ ฟิตเนส24เซเว่น (Fitness24Seven) ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการในช่วงเวลาและสถานที่ที่ลูกค้าสะดวกใช้บริการ พร้อมการจัดเตรียมอุปกรณ์ฟิตเนสและการออกกำลังกายที่มีคุณภาพ หลากหลาย เติมเต็มทุกความต้องการของลูกค้าทุกคน ด้วยราคาที่เหมาะสม ด้วยค่าสมัครสมาชิกเพียง 1,299 บาทต่อเดือน โดยสาขาแรกที่เปิดให้บริการจะอยู่ที่ โครงการซัมเมอร์ฮิลล์ พระโขนง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกแห่งจุดเริ่มต้นเพื่อขยายสาขาในทำเลอื่นๆ ต่อไปในอนาคต โดยวางแผนขยายสาขาในปี 2561 รวม 10 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ

ด้านจุดเด่นของฟิตเนส24เซเว่น คือ สมาชิกสามารถออกแบบการออกกำลังกายได้ตามต้องการของตนเอง สมาชิกสามารถออกกำลังได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน พร้อมคลาสเทรนนิ่งที่หลากหลาย และห้องออกกำลังสำหรับผู้หญิง (Women Gym) โดยเฉพาะ ส่วนการเข้าใช้บริการสมาชิกฟิตเนส24เซเว่นสามารถเข้าใช้บริการในสาขาต่างๆ ได้ทั่วโลก นั่นหมายความว่าลูกค้าสามารถไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน แม้กระทั่งในขณะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาว ลูกค้าก็สามารถใช้บริการที่สาขาในต่างประเทศได้

"ด้านแผนการขยายสาขานั้น ฟิตเนส24เซเว่น ได้ทำการสำรวจพื้นที่ ความต้องการ และการแข่งขันในตลาดเมืองไทย พบว่าอัตราการแข่งขันและการเจาะตลาดในไทยยังต่ำกว่าร้อยละ 1 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี และทำให้เรามองเห็นถึงโอกาสและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในไทยและพร้อมจะวางกลยุทธ์เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดฟิตเนส" นาตาเลีย กล่าว

มาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์

มาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดฟิตเนสในไทย กล่าวว่า จากกระแสของสุขภาพที่มาแรงในปัจจุบัน รวมถึงความต้องการออกกำลังกายในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคสะดวกมากขึ้น ทำให้มองเห็นโอกาสที่จะเปิดให้บริการในรูปแบบ 24 ชั่วโมงในอนาคตเช่นกัน แต่อาจเปิดให้บริการในบางสาขาที่มีศักยภาพซึ่งต้องทำการศึกษาความเป็นไปได้ก่อน

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจปีนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย เตรียมที่จะเปิดคลับใหม่ 4 แห่ง ได้แก่ 1.คลับเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ซึ่งถือเป็น Fitness Arena ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่เดือนก.พ. 2. โซนเซ็นทรัลเวิลด์ จะเปิดให้บริการในเดือนส.ค. 3.คลับเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ เปิดในเดือนก.ย. และ 4.คลับไอคอน ที่ไอคอนสยาม ที่จะเปิดปลายปีนี้ ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจด้วยจำนวนคลับมากที่สุดถึง 32 คลับในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ยังเตรียมที่จะเปิดตัวคลับใน 2 คอนเซ็ปต์ใหม่นั่นคือ Zone และ Club Class โดยคอนเซ็ปต์ "Zone" จะเปิดตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นที่แรก ในชื่อ "โซนเซ็นทรัลเวิลด์" ที่จะยกระดับประสบการณ์ของผู้รักการออกกำลังกาย และยกระดับมาตรฐานฟิตเนสคลับในประเทศไทยไปอีกขั้นด้วยการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ในคลับเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกพร้อมด้วย 8 สตูดิโอและโซนออกกำลังกาย ที่จะช่วยให้สมาชิกได้เพลิดเพลินไปกับโปรแกรมและอุปกรณ์ออกกำลังกายล่าสุดที่จัดเต็มไว้ที่คลับแห่งนี้

ส่วนคอนเซ็ปต์ "Club Class" จะเปิดตัว 2 แห่ง ได้แก่ Club ICON ไอคอนสยาม จะเป็นศูนย์รวมของนวัตกรรมและฟิตเนสเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 4,000 ตร.ม. พร้อมด้วย 5 สตูดิโอ พร้อมด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา Club 39 ฟิตเนสสาขาแรกของฟิตเนสเฟิรส์ทที่จะอัพเกรดขึ้นเป็น Club Class ในปีนี และนอกจากการเปิดคลับคอนเซ็ปต์ใหม่แล้ว ปีนี้ยังจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "เซเลบริตี้ ฟิตเนส" มุ่งจับตลาดแมสและวัยรุ่น ด้วยระดับราคาที่เข้าถึงง่าย

ทั้งนี้เชื่อหลังจากรุกขยายสาขาใหม่รวมถึงการเพิ่มแบรนด์ใหม่ คาดจะทำให้มีสมาชิกเพิ่มกว่า 10,000 คน และรายได้ เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.3 รวมถึงรายได้จาก Personal Trainer หรือครูฝึกเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 14.6และจะเพิ่มคลาสให้สมาชิกได้ใช้บริการมากถึง 18,500 คลาสต่อเดือนโดยคาดว่าจะมีสมาชิกเข้าใช้บริการในคลับสูงถึง 6.7ล้านครั้งในปีนี้ สำหรับปี 2560 ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานได้โดดเด่นทั้งผลประกอบการทางธุรกิจและการคว้ารางวัลมาตรฐานระดับโลก ด้วยจำนวนคลับ 28 แห่ง สมาชิกรวมกว่า 78,000 คน มีสมาชิกเข้าใช้บริการในคลับสูง 6.3 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมามีคลาสออกกำลังกายให้ใช้บริการมากถึง 17,000 คลาสต่อเดือน