จากกรณีที่มีสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวัน ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ โดยอ้างว่าถูกพนักงานร้านนวดแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท กระทำอนาจารและข่มขืนภายในร้าน ขณะเข้าไปใช้บริการ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจสน.ทองหล่อ ได้จับกุมตัวนายภูริวัฒน์ เทียนไชย อายุ 27 ปี พนักงานนวดร้านดังกล่าว ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย” โดยผู้ต้องหาได้ปฏิเสธอ้างว่าเป็นการสมยอมกัน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 เม.ย.61 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกกรม สบส. นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบร้าน “โทนี่ นวดแผนไทย” เลขที่ 22 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นร้านนวดแผนไทยที่หญิงสาวชาวไต้หวัน อ้างว่าถูกข่มขืนจากพนักงานนวดชาย ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรี ที่ใส่นวดจำนวน 1 ชุด ไว้เทียบเคียงเป็นหลักฐาน

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากมีผู้มาใช้บริการได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ถูกพนักงานนวดชายข่มขืนกระทำชำเราภายในร้าน วันนี้จึงได้เดินทางมาตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยดูว่ามูลเหตุที่จูงใจเป็นอย่างไร รวมทั้งวัตถุพยาน และสภาพแวดล้อมต่างๆ ลักษณะของเสียงในวันเกิดเหตุ ถ้ามีการต่อสู้กันจะมีใครบ้างจุดไหนที่ได้ยิน เพื่อมาประกอบคดีเข้าสู่สำนวนการสอบสวน ก่อนนำส่งอัยการต่อไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนห้องที่ให้บริการก็สามารถส่งเสียงถึงผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ด้านล่างหรือชั้นบน

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหานั้นให้การยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กันจริง แต่เป็นไปด้วยความสมัครใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน รวมถึงพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจร่างกายของผู้เสียหาย โดยจะต้องนำความเห็นเหล่านั้นมาประกอบสำนวน เพื่อมีความเห็นในทางคดี เรื่องนี้มั่นใจว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายได้อย่างแน่นอน โดยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จะทำความจริงให้ปรากฏได้ อย่างไรก็ตามการร่วมประเวณี ทั้งสมยอมหรือไม่สมยอมก็ตาม ทางผู้ประกอบการต้องมีความผิดเช่นเดียวกัน

“จากการตรวจสอบร้านแห่งนี้โดยละเอียด พบว่าไม่มีการส่งเสริมการค้าประเวณีแต่อย่างใด และห้องนวดต่างๆก็ไม่ได้เอื้อให้เกิดการร่วมประเวณีได้ เพราะว่าเป็นเตียงติดๆกันหลายเตียง ลักษณะเป็นห้องเปิด ไม่ใช่ห้องที่ปิด ซึ่งถ้าห้องลักษณะนี้มีเพศสัมพันธ์กันเมื่อไหร่ เชื่อว่าคนทั้งร้านได้ยินกันหมดอย่างแน่นอน” รอง ผบ.ตร. กล่าว

ด้าน นพ.ธงชัย กล่าวว่า สำหรับทางร้านนั้นขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ตาม พรบ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ปีพ.ศ. 2559 ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้ นต้องชี้แจงว่าเจ้าของร้านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แม้ว่าจะสมยอมหรือไม่สมยอมก็ตาม เพราะสถานที่นี้ให้การบริการอยู่ ตรงนี้มีโทษปรับ 30,000 บาท ในข้อหาปล่อยปะละเลย ทำให้เกิดผิดศิลธรรมและจรรยาบรรณ และอาจจะต้องถูกเพิดถอนใบอนุญาตอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ส่วนบริกรผู้ให้บริการนั้น ต้องมีใบอนุญาตเช่นเดียวกัน ซึ่งจะต้องเสนอถอดถอนใบอนุญาตต่อไป