ชาวบ้านผวา! ฝนตก ลมแรง ฟ้าผ่า ทำให้เสาไฟฟ้าโค่น บ้าน “น้องโฟร์ อดีตนักร้องคู่ดูโอ้วัยรุ่นสุดฮอตโดนด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 เม.ย.61 พ.ต.ท.อดุลย์ ทางเพชร สารวัตร ( สอบสวน ) สน.ลาดกระบัง ได้รับแจ้งมีเหตุมีเสาไฟฟ้าล้มทับบ้านเรือนและรถยนต์ของประชาชนเสียหายจำนวนมาก บริเวณทางต่างระดังเจ้าคุณทหาร ตัดถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง และสำนักงานเขตลาดกระบัง ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนเจ้าคุณทหาร ทางด้านขาออกมุ่งหน้าถนนร่มเกล้า เจ้าหน้าที่พบเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด กำลัง 115 kva สูง 22 เมตร และเสาไฟฟ้าขนาด 12 เมตร ระยะทางรวมกว่า 300 เมตร หักโค่นล้มทับอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่อยู่ข้างเคียง จำนวน 10 หลัง และรถยนต์ของประชาชนที่จอดหน้าอาคารพาณิชย์อีกกว่า 14 คัน ได้รับความเสียหาย

นายวรากร บุรีทาน อายุ 50 ปี เจ้าของรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน บบ8304 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกเสาไฟล้มขวางหน้ารถสายสลิงพาดหลังคารถ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.50 น. ขณะที่ตนกำลังจะขับรถกลับบ้านพัก ที่อยู่ในซอยแฮปปี้เพลส ฝั่งตรงข้าม หลังจากไปซื้ออะไหล่รถยนต์เสร็จ ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก อีกทั้งมีลมกรรโชกแรงมาก ขณะขับวนออกมาเพื่อจะกลับรถ จู่ๆ ก็มีเสาไฟล้มลงมาขวางถนนตนเหยียบเบรกไม่ทัน ทำให้ชนกับเสาไฟฟ้าจนหน้ารถได้รับความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาคารพาณิชย์เลขที่ 172/3 ซึ่งมีความสูง 2 ชั้น จำนวน 2 คูหา ซึ่งเป็น 1 ในอาคารที่เสียหายนั้นเป็นของนายสมบัติ วรอุไร อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.ศกลรัตน์ วรอุไร อายุ 32 ปี หรือโฟร์ อดีตนักร้องคู่ดูโอ้วัยรุ่นสุดฮอต จากค่ายกามิกาเซ่ ก็ถูกเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มทับผนังชั้นดาดฟ้าและชายคาชั้น 2 พังเสียหาย

ต่อมา น.ส.ศกลรัตน์ หรือ โฟร์ ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุพร้อมเปิดเผยว่า หลังจากตนทราบข่าวจากคุณพ่อ ซึ่งพักอยู่ที่อาคารที่ถูกเสาล้มทับจึงเดินทางมาดู โดยคุณพ่อเล่าว่า เวลาประมาณ 10.00 น.ขณะที่คุณพ่อกำลังนอนพักผ่อนอยู่ที่ชั้นล่าง ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักประกอบกับมีลมแรง เมื่อฝนหยุดตกก็ได้ยินข้างบ้านพูดคุยเสียดัง คุณพ่อจึงออกมาดูที่ชั้น 2 ก็พบว่ามีเสาไฟพาดอยู่ที่ระเบียง และพบว่าชั้นดาดฟ้าพังบางส่วน สำหรับบ้านหลังนี้โฟร์ไม่ได้พักแล้ว มีแต่คุณพ่อที่ไปๆ มาๆ เนื่องจากมีของที่ยังไม่ได้ขนย้าย หลังจากนี้นคงต้องรีบขนย้ายของแล้ว เพื่อให้คุณพ่อมาพักรวมกันที่บ้านย่านสุขาภิบาล 5 เพื่อความปลอดภัย

ทางด้าน น.ส.อภินยา หัสสา อายุ 29 ปี แม่ค้าอาหารตามสั่งผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเช่าอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ขณะเกิดเหตุมีพายุฝนกระหน่ำแรงมากมีฟ้าร้องฟ้าผ่าเป็นระยะและกระแสลมแรง ตนก็กำลังจะเดินออกไปเก็บของที่หน้าร้าน ก็เห็นฟ้าผ่าลงที่เสาไฟฟ้าต้นที่ 2 ซึ่งห่างจากที่ตนพักประมาณ 30 เมตร จากนั้นเห็นกระแสไฟวิ่งตามสายไฟฟ้าอย่างน่ากลัว ก่อนเสาต้นที่ถูกฟ้าผ่าจะล้มลง แล้วดึงเสาไฟต้นอื่นๆ ล้มเรียงต่อกันไปคลายโดมิโน ส่วนหลังคาเมทัลชีทที่ไปทับสายไฟฟ้านั้น เกิดขึ้นที่หลังเสาไฟฟ้าล้มกระแสลมได้พัดเอาหลังคาเมทัลชีท ที่เจ้าของอาคารที่ตนเช่าอยู่ทำไว้ เพื่อกันฝนอาคารพาณิชย์ทั้ง 2 จนถึงตอนนี้ตนยังรู้สึกตกใจอยู่ แต่ก็รู้สึกโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บมีเพียงแต่ทรัพย์สินเสียหายเท่านั้น

ด้านนายวัชรพงษ์ ขันติโชติ ผู้อำนวยการไฟฟ้านครหลวงเขตลาดกระบัง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่ามีเสาไฟฟ้าขนาด 22 เมตรโค่นเสียหาย 9 ต้น เสาขนาด 12 เมตรอีก 1 ต้น ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งก่อนเกิดเหตุทราบว่า มีฝนตก ลมแรง ส่วนนี้ก็อาจเป็นไปได้ที่จะทำให้เสาไฟโค่นแต่มีโอกาสน้อยมาก ซึ่งที่เกิดเหตุยังพบซากหลังคาเมทัลชีท พร้อมโครงเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหลังคาที่ติดตั้งอยู่อาคารใกล้เคียง ส่วนนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าลมพัดหลังคาปลิวลงมาพาดสายไฟและดึงเสาจนล้ม อย่างไรก็ตามต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับมูลค่าความเสียหายนั้นยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากมีความเสียหายหลายส่วนต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการเคลื่อนย้ายเสาและสายไฟ ที่เสียหายออกจากหน้าอาคารพาณิชย์และผิวการจราจรได้แล้วเสร็จในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันนี้ ส่วนจะจ่ายกระแสไฟได้เมื่อไหร่นั้นต้องทำการประเมินอีกครั้ง

ส่วนทาง พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหาย ทั้งในส่วนที่พักอาศัยและรถยนต์มาลงบันทึกประจำวันที่ สน.ลาดกระบัง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนสาเหตุจะเกิดจากอะไรนั้น ตอนนี้ต้องรอให้ทางการไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้ตรวจสอบ หากพบแล้วว่าเป็นความบกพร้อมของผู้ใดนั้น ผู้นั้นก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด