พบคนไทยกินน้ำตาลเกินมาตรฐานโลกถึง 5 เท่า 27 ช้อนชา/วัน ทั้งที่ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาเท่านั้น ขณะบรรดาเครื่องดื่มขวดยอดนิยม พบชาเขียวมะนาวน้ำผึ้งขวดน้ำตาลสูงสุดถึง 12 ช้อนชา ตามด้วยน้ำอัดลม แนะต้องเดิน-เอ็กเซอร์ไซส์

นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า หน้าร้อนทำให้กระหายน้ำ การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานหรือน้ำอัดลมจึงเป็นทางเลือกลำดับต้นๆ ซึ่งผลการศึกษา โดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ในปี 59 พบคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 39.4 กิโลกรัม หรือ 108 กรัมต่อวัน หรือ27 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งมากกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำถึง 5 เท่า และปี 60 พบโรคอ้วนในวัยเรียน ร้อยละ 10.15 โดยแหล่งอาหารที่สำคัญของการได้รับน้ำตาลมากเกินของเด็กไทย ได้แก่ น้ำอัดลมและนมเปรี้ยว หากร่างกายเผาผลาญไม่หมดจะกลายเป็นไขมันสะสม ระยะยาวจะก่อโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ จึงควรควบคุมการกินน้ำตาลไม่ให้เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หากรู้สึกอยากกินขนมหวาน ให้กินผลไม้ทดแทน หรือหากรู้สึกอยากน้ำหวานลองเลือกเป็น น้ำผลไม้สดทดแทน

ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผอ.สำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีเครื่องดื่มรสหวานหลายชนิดที่ได้รับความนิยม เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชาเขียว น้ำสมุนไพร น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และเครื่องดื่มกาแฟสด ซึ่งจะมีน้ำตาลมากเกินปริมาณ ที่แนะนำต่อวันคือไม่เกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา โดยน้ำอัดลมน้ำดำกระป๋อง325 มิลลิลิตร มีน้ำตาลประมาณ 8 ช้อนชา ต้องใช้เวลาเผาผลาญด้วยการเดินอย่างน้อย 18 นาที หรือเดินขึ้นบันไดหรือ วิ่งเหยาะอย่างน้อย 12 นาที น้ำอัดลมน้ำสีและน้ำใสกระป๋อง325 มิลลิลิตร มีน้ำตาลประมาณ 10 ช้อนชา ต้องเดินอย่างน้อย 22 นาที หรือเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งเหยาะอย่างน้อย 16 นาที

เครื่องดื่มชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวขวด 420 มิลลิลิตร มีน้ำตาลประมาณ 12 ช้อนชา ต้องเดินอย่างน้อย 27 นาที หรือเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งเหยาะอย่างน้อย 19 นาที เครื่องดื่มสมุนไพร 380 มิลลิลิตร มีน้ำตาลประมาณ 10 ช้อนชา ต้องเดินอย่างน้อย 22 นาที หรือเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งเหยาะอย่างน้อย 16 นาที และกาแฟสดหรือชาชงแก้วกลาง มีน้ำตาลประมาณ 9-10 ช้อนชา ต้องดินอย่างน้อย 20-22 นาที หรือเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งเหยาะอย่างน้อย 14-16 นาที ดังนั้น การดื่มน้ำสะอาดจะดีที่สุด ไม่เสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหัวใจ