ต้องย้ำถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจของ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ที่กล้าออกมาเสนอ คสช.และ ครม.ที่จะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือต่อลมหายใจช่วยเหลือผู้กอบการโทรคมนาคมสองราย ทั้ง เอไอเอส และทรู เป็นความตั้งใจที่ต้องการช่วยเหลือให้ภาคธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้โดยปราศจากสิ่งใดแอบแฝง

และประเด็นที่ทุกฝ่ายต้องทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง และควรลดอคติในใจ หากรัฐบาลจะยื่นมือช่วยเหลือ รัฐไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น แต่เป็นการช่วยเหลือให้ธุรกิจโทรคมนาคม และ ทีวีดิจิทัลเดินหน้าต่อไปได้ รัฐไม่ได้โง่อย่างที่ผู้มีอคติในใจออกมาคัดค้าน แต่ผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนหากพิจารณาจากข้อเท็จจริง ผู้ประกอบการทั้ง 2 อุตสาหกรรมทั้งโทรคมนาคมและ ทีวีดิจิทัล เป็นผู้ที่ได้ใบอนุญาตจากการประมูลคลื่นความถี่จาก กสทช. ซึ่งเป็นคลื่นทีมีอยู่ตามธรรมชาติของประเทศ ควรได้รับการพิจารณาในหลักการเดียวกัน ไม่ควรเลือกปฏิบัติ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเพียงอุตสาหกรรมเดียว ควรพิจารณาช่วยเหลือ ทั้งผู้ประกอบการโทรคมนาคม และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เพราะเป็นเรื่องการประมูลคลื่นเหมือนกัน และมีราคาสูงเหมือนกัน

ที่สำคัญ ผู้ประกอบการไม่ได้ขอลดจำนวนเงินค่าคลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้แก่รัฐแต่เพียงขอความช่วยเหลือขอความเห็นใจเพื่อขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้าย และพร้อมที่จะชำระดอกเบี้ยนโยบายที่รัฐกำหนด นอกจากนี้ การยื่นขอแบ่งชำระงวดสุดท้ายของบริษัท ไม่ได้เป็นการผิดนัดการชำระ ที่จะต้องคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ 15% อย่างที่มีการ กล่าวอ้าง รัฐไม่ได้เสียค่าโง่เพราะหากรัฐช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการผ่อนชำระได้ และเอกชนสามารถทำธุรกิจต่อได้และมีกำไร รัฐจะได้ในส่วนภาษีนิติบุคคลจากเอกชนอีก 20%

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ประกอบการทั้งสองรายมีกำไร ไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือนั้น เรื่องนี้ต้องมองด้วยใจเป็นกลาง ปราศจากอคติอย่างสิ้นเชิง การประมูลคลื่นความถี่ 900 มีราคาสูงเกือบที่สุดในโลก หากเทียบกับทั่วโลก การประมูลคลื่น 900 MHZ ของไทย ราคาสูงเป็นอันดับ2 รองจากสหรัฐอเมริกา แม้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยจะมีความแข็งแกร่งมากพอ ที่จะเดินหน้าธุรกิจและชำระค่าประมูลงวดสุดท้ายได้ตามเวลาที่กำหนด แต่หากได้รับความช่วยเหลือในการขยายจำนวนงวดชำระสำหรับงวดสุดท้ายที่เป็นเงินก้อนใหญ่ พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามสภาวะต้นทุนการเงินในตลาดนั้น นอกจากจะมิได้เป็นการผิดนัดชำระจนต้องคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ ซึ่งไม่ทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์ใดๆแล้ว ยังทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีกระแสเงินสดที่ดีขึ้น สามารถนำเงินลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศในอนาคต รวมทั้ง จะเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาเข้าร่วมประมูลในอนาคต ส่วนเรื่องมีกำไร หรือ มีความสามารถจะชำระของทีวีดิจิทัล ที่ผู้ประกอบการหลายช่องมีความสามารถเหมือนกัน เพียงแค่ในหลักการในมุมของภาครัฐคงเลือกปฏิบัติไม่ได้

เรื่องแนวทางการช่วยอุตสาหกรรมทั้งโทรคมนาคม และ ทีวีดิจิทัล ต้องขอความเมตตาและขอความเห็นใจจากรัฐบาล ที่จะช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการที่ถือเป็นฟันเฟืองหลักช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนผู้ที่ออกมาคัดค้าน ควรปล่อยวาง และลดอคติในใจ คำนึงถึงส่วนรวมเป็นสำคัญเพราะยามนี้ประเทศชาติต้องการพลังและความสามมัคคีของทุกฝ่ายเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป และเติบโตอย่างมั่นคง.