ตร.ทท.รวบเจ้าของบริษัททัวร์ดังพร้อมกรรมการบริษัท หลังหลอกขายทัวร์เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน

วันที่ 16 เม.ย.61 พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงจับกุมนายถาวร ไกรแก้ว เจ้าของบริษัทไทยอัลฟ่า อันดามัน จำกัด ในข้อหาประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่กระทำการให้เกิดความเสียหายแก่นักท่องเที่ยวและไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวตามที่ตกลงหรือโฆษณาให้ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาอีก 6 คน ที่เป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน /ร่วมกันโฆษณาโดยเจตนาให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญของการบริการ โดยจับกุมได้เมื่อวานนี้(15 เม.ย.61 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายกว่า 44 คน เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายถาวร เจ้าของบริษัทและพวก หลังซื้อแพ็กเก็จทัวร์ 3 วัน 2 คืน เพื่อท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล /หมู่เกาะกระบี่ /เกาะช้าง จ.ตราด ผ่านทางออนไลน์ เมื่อจ่ายเงินไปแล้ว กลับไม่ได้ไปท่องเที่ยวได้จริงตามที่กล่าวอ้างไว้ ก่อนที่ต่อมาจะสืบจนพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน มีจำนวนรวมกว่า 1,600 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท นำไปสู่การออกหมายจับนายถาวรและกรรมการบริษัทรวม 8 คน ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน เหลือนายประทีป แก้วนนท์ ผู้ต้องหารายสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนี จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนและมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้นายประทีป ก่อนที่จะมาเป็นผู้จัดการบริษัทนี้ พบว่าเคยทำงานในบริษัททัวร์อื่นๆจำนวนมาก และมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง มีหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชนติดตัวหลายมาก และเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจอย่างมาก จึงฝากว่าใครมีเบาะแสให้รีบแจ้งมาได้ทันที

ขณะเดีนวกัน 1 ในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนและเพื่อนรวม 5 คนต้องการไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ จึงหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จนพบว่าบริษัทดังกล่าวจัดโปรโมชั่นเที่ยว 3 วัน 2 คืน ในราคา 7,990 บาท ซื้อ 1 แถม1 ตนเชื่อเนื่องจากเห็นว่ามีรีวิวการใช้บริการจากบริษัทกว่า 100 รีวิว รวมทั้งยังมีใบอนุญาตเปิดบริษัทถูกต้องจึงตัดสินใจจ่ายราคาทัวร์ไป 20,000บาท กระทั่งปลายเดือนมีนาคมถึงกำหนดวันเดินทาง ตนก็ขึ้นเรือไปจนถึงที่พักแต่ไม่สามารถเข้าพักได้ เนื่องจากโรงแรมแจ้งว่ายังไม่มีการชำระค่าห้อง ทำให้ตนต้องจ่ายค่าที่พักและค่าเรือโดยสารเพิ่มเติม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 43,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีเพื่อนร่วมเดินทางในทริปเดียวกันทั้งหมด 44 คน จึงพยายามติดต่อไปยังบริษัท มีพนักงานรับสายและบอกว่าเจ้าของบริษัทและกรรมการปิดบริษัทหนีไปแล้ว ทางพนักงานเองก็ไม่ได้รับค่าจ้าง ตนจึงติดต่อไปยังนายถาวรเจ้าของบริษัท ได้รับคำตอบเพียงว่าหมุนเงินไม่ทัน ขอให้สำรองจ่ายไปก่อน แล้วจะหาเงินมาคืน พวกตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล้าวต่อท้ายว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมีทั้งรับสารภาพ และภาคเสธ พร้อมซัดทอดว่านายประทีป นำเงินบริษัทหลบหนีไป ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างสอบสวนโดยละเอียด