วันสุดท้ายของวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ก่อนจะกลับเข้าสู่การทำงานปกติในวันที่ 17 เมษายน ในขณะที่บางพื้นที่การเฉลิมฉลองเทศกาลยังไม่เริ่มต้น เช่น เทศกาลวันไหลที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งปีนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18-20 เมษายน และเทศกาลสงกรานต์พระปะแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน บรรดานักท่องเที่ยวจึงยังมีทางเลือกที่จะไปเล่นน้ำสงกรานต์กันต่อ

ภาพคุ้นตาที่เกิดขึ้นทุกปีในวันนี้ คือภาพของรถที่ติดยาวเป็นขบวนบนถนนสายหลักที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ด้วยเป็นประเพณีของสังคมไทย ในเทศกาลสงกรานต์คนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด จะถือเป็นวันกลับบ้านไปหาครอบครัว ในขณะที่คนกรุงเทพฯเองถือโอกาสใช้วันหยุดยาว ไปกับการท่องเที่ยวและร่วมเทศกาลสงกรานต์ตามจังหวัดต่างๆ ก็ต้องกลับมาเตรียมตัวทำงานตามปกติ ทำให้การจราจรคับคั่ง

รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีจะประกาศเพิ่มวันหยุดวันที่ 12 เมษายนอีก 1 วันทำให้มีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน หวังลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดจำนวนอุบัติเหตุด้วย ซึ่่งทำให้ประชาชนบางส่วนวางแผนการเดินทางได้ไม่แออัด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุอันดับ 1 ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วง 7 วันอันตราย ยังคงมาจากสาเหตุ “เมาแล้วขับ” ช่วง 7วันอันตรายปีนี้ จะมีผู้ถูกคุมความประพฤติจากการเมาแล้วขับ 10,000คนทั่วประเทศ ที่ถูกศาลสั่งให้ทำงานบริการสังคม ไปร่วมเป็นอาสาจราจร คอยอำนวยความสะดวกจราจรตามจุดอำนวยการจราจร ด่านชุมชน จุดบริการประชาชน และจุดที่มีการจัดให้เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องสัญจรไปมาช่วงเทศกาลสงกรานต์

จากที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติเคยให้ผู้ถูกคุมความประพฤติจากการเมาแล้วขับเหล่านี้ ไปทำงานบริการสังคมหลายรูปแบบ ที่เป็นข่าวอยู่ในความสนใจคือ การไปทำงานในห้องดับจิต การดูแลผู้ป่วยในแผนกอุบิเหตุหรือการส่งผู้ถูกคุมประพฤติไปดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุที่ต้องนอนติดเตียงที่บ้าน

เหตุผลที่ทาง นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ให้ผู้ถูกคุมประพฤติเหล่านี้ไปทำงานด้านอาสาจราจร นอกจากจะต้องออกไปปฏิบัติงานกลางแจ้ง ไม่ได้เที่ยวฉลองช่วงสงกรานต์แล้ว ยังต้องสัมผัสกับคนเมาแล้วขับ จะได้มีความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก

เราเชื่อว่า หากผู้ถูกคุมประพฤติได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้อำนวยความสะดากด้านจราจรเสียเองแล้ว อาจทำให้มีจิตสำนึกไม่ทำผิดซ้ำ ได้อาสาจราจรหน้าใหม่ที่เข้าใจ และเสียสละในการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการติดตามและประมวลผลมาตรการดังกล่าว แต่เฉพาะหน้า คือ จำนวนของอาสาจราจรที่เพิ่มขึ้น ช่วยแบ่งเบาเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน