ถอดบทเรียนไฟไหม้ “ราชเทวีฯ”
“วสท.”แนะตึกสูงเก่า-ใหม่ลดเสี่ยงอัคคีภัย

อีกครั้งกับเหตุโศกสลดไฟไหม้อพาร์ตเม้นต์ราชเทวี ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย เจ็บกว่า 60 โดยการเข้าดับไฟเป็นไปด้วยความลำบาก ทั้งเป็นอาคารเก่าที่สร้างก่อนจะมีกฎหมายควบคุมอาคารปี 2535

ในเรื่องนี้ น.ส.บุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการวิศวกรรมความปลอดภัยด้านอัคคีภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้เสนอแนะอาคารเก่าที่เป็นอาคารสูงและสร้างก่อน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ฉบับที่ 33 ปี พ.ศ.2535 ควรปรับปรุงโดย

1.ลดความเสี่ยงอัคคีภัย ได้แก่ ต้องสำรวจสภาพระบบไฟฟ้าอาคารและปรับปรุงให้อยู่ในสภาพปกติ รวมทั้งไม่เก็บวัสดุสิ่งของที่ติดไฟได้ในห้องระบบไฟฟ้า หรือในช่องท่องานระบบ ไม่สะสมวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงในอาคารจำนวนมาก

2. อาคารต้องมีระบบความปลอดภัยอัคคีภัย ได้แก่ มีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่สามารถทำงานได้อัตโนมัติแจ้งเตือนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ เพื่อให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพได้อย่างรวดเร็ว, ต้องปิดช่องเปิดในแนวดิ่งซึ่งเป็นช่องท่องานระบบต่างๆ จะต้องมีการปิดป้องกันไฟลาม ป้องกันควันไหลในแนวดิ่งและแพร่กระจายไปในชั้นอื่นของอาคาร

อาคารต้องมีบันไดหนีไฟที่ป้องกันไฟและควัน ให้ผู้ใช้อาคารอพยพออกทางบันไดนี้ได้ โดยบันไดต้องเชื่อมต่อตั้งแต่ดาดฟ้าจนถึงจุดปล่อยออกนอกอาคาร เป็นบันไดที่ออกได้สะดวก ไม่ใช่บันไดแนวดิ่งหรือบันไดลิง, มีไฟแสงสว่างฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟ ที่แสดงทางออกได้ชัดเจนเมื่อเกิดเพลิงไหม้

มีแผนผังทางหนีไฟที่ติดแสดงในอาคาร ให้ทราบถึงตำแหน่งอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและทางหนีไฟในแต่ละชั้น, มีการซ้อมแผนฉุกเฉินอัคคีภัยอย่างน้อยปีละครั้ง, มีการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายและมีแผนในการปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความปลอดภัย
********************

สำหรับอาคารที่สร้างหลังพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ฉบับที่ 33 ปี พ.ศ.2535 ทาง “วสท.” มีข้อแนะนำแก่เจ้าของ “อาคารทั่วไป และอาคารชุมนุมคน” โดยเจ้าของอาคารควรให้ความสำคัญและตรวจสอบระบบการป้องกันและระงับอัคคีภัย ในอาคารทั่วไป

รวมทั้งอาคารที่ใช้เพื่อการชุมนุมคน เช่น หอประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า ห้องแถว ตึกแถว บ้านแฝด อาคารที่อยู่อาศัยรวม หรืออพาร์ตเมนต์ที่มากกว่า 4 ยูนิตขึ้นไป ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากอัคคีภัย

ทั้งนี้ มีสิ่งจำเป็นต้องรู้และเข้าใจเกี่ยวกับระบบการป้องกันและระงับอัคคีภัยใน “อาคารทั่วไป” คือ

1.ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ควรติดตั้งในห้องแถวหรือตึกแถวที่สูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องติดตั้ง 1 เครื่องต่อ 1 ยูนิต แต่ถ้าสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ต้องติดตั้งทุกชั้นในแต่ละยูนิต และอาคารอยู่อาศัยรวม อาคารสาธารณะที่มีพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร ต้องติดตั้งในทุกชั้นของอาคาร

2.ส่วนประกอบของระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ ประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ชุด อุปกรณ์แจ้งเหตุมีทั้งแบบแจ้งเหตุอัตโนมัติ (Detector) และอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Alarm) เพื่อให้อุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทำงาน

ส่วนอุปกรณ์อีกชุดหนึ่งคือ อุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ที่สามารถส่งเสียงหรือสัญญาณให้คนที่อยู่ในอาคารได้ยินหรือทราบอย่างทั่วถึงเมื่อเกิดไฟไหม้

3.การติดตั้งถังดับเพลิงแบบมือถือ ห้องแถวหรือตึกแถวที่สูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องติดตั้ง 1 เครื่องต่อ 1 ยูนิต ส่วนอาคารอยู่อาศัยรวม อาคารสาธารณะอื่นๆ ต้องติดตั้งในแต่ละชั้นอย่างน้อย 1 เครื่องต่อพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ซึ่งแต่ละเครื่องต้องติดตั้งห่างกันไม่เกิน 45 เมตร และต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นง่ายสะดวกต่อการดูแลรักษา

4.ป้ายบอกชั้นและทางหนีไฟ ป้ายบอกตำแหน่งชั้นและทางหนีไฟพร้อมไฟฉุกเฉิน ต้องติดตั้งทุกชั้นของอาคารโดยเฉพาะอาคารสาธารณะที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปและอาคารอื่นๆที่มีพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร

5.ระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง อาคารสาธารณะที่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง เช่น แบตเตอรี่ หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินที่ระบบไฟฟ้าปกติขัดข้องและต้องสามารถจ่ายไฟในกรณีฉุกเฉินได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดที่มีเครื่องหมายทางออกฉุกเฉิน บันไดหนีไฟ ทางเดินและระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้

6.บันไดหนีไฟ อาคารที่สูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปและสูงไม่เกิน 23 เมตร หรืออาคารที่สูง 3 ชั้นและมีพื้นที่ดาดฟ้าเกิน 16 ตารางเมตร ต้องมีบันไดหนีไฟที่ปิดล้อมด้วยวัสดุทนไฟอย่างน้อย 1 บันไดนอกเหนือจากบันไดหลัก ถ้าเป็นอาคารที่สูงตั้งแต่ 23 เมตรต้องมีบันไดหนีไฟที่ปิดล้อมด้วยวัสดุทนไฟอย่างน้อย 2 บันไดที่ต่อเนื่องจากชั้นดาดฟ้าถึงจุดปล่อยออกนอกอาคาร

****************************
สำหรับ “อาคารสูง” ต้องมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อความปลอดภัย ดังนี้ ระบบการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติและสามารถแจ้งเตือนภัยให้ได้ทราบอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ของอาคาร โดยเฉพาะอาคารประเภทที่อยู่อาศัย จะต้องมีอุปกรณ์ที่ทำงานได้รวดเร็ว สามารถส่งสัญญาณเตือนภัยปลุกคนได้ในขณะหลับ

ทางเลือกในการอพยพหนีไฟ หมายถึงต้องมีบันไดหนีไฟอย่างน้อยสองบันได , มีป้ายทางหนีไฟที่บอกทางออกหนีไฟให้เห็นชัดเจน, มีไฟแสงสว่างฉุกเฉินที่ส่องสว่างในเส้นทางหนีไฟไปตลอดทางกระทั่งออกนอกอาคารโดยสมรรถนะต้องส่องสว่างได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

อาคารสูงต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler) ติดตั้งครอบคลุมทุกพื้นที่ของอาคาร มีระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) ที่ได้มาตรฐาน มีวาล์วและสายฉีดน้ำดับเพลิงที่สามารถลากไปได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของอาคาร, มีอุปกรณ์ดับเพลิงขั้นต้นหรือถังดับเพลิงติดตั้งในทุกชั้นของอาคาร ระยะจากจุดใดๆไปถึงอุปกรณ์ไม่เกินมาตรฐาน

บันไดหนีไฟต้องมีระบบป้องกันควันไฟที่ได้มาตรฐาน, ต้องมีลิฟต์ดับเพลิง, ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อจ่ายไฟให้กับระบบความปลอดภัยของอาคารอย่างน้อยสองชั่วโมง , ต้องมีแผนผังทางหนีไฟและตำแหน่งอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยติดแสดงให้เห็นชัดเจนในทุกชั้นของอาคาร

อาคารต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบความปลอดภัยอัคคีภัย มีการตรวจสอบ ทดสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา และสิ่งสำคัญอีกเรื่องที่ต้องดำเนินการคือ อาคารต้องมีแผนฉุกเฉินอัคคีภัย มีการอบรมดับเพลิงขั้นต้น มีการซ้อมอพยพหนีไฟเป็นประจำทุกปี มีการประเมินเส้นทางเข้าถึงของรถดับเพลิง

การอบรมดับเพลิงขั้นต้นและซ้อมอพยพหนีไฟเป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องเรียนรู้ เพื่อความมั่นใจในการระงับเหตุขั้นต้นได้ สามารถอพยพออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้

การควบคุมวัสดุในอาคาร ทั้งวัสดุตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร ควรพิจารณาชนิดและปริมาณเชื้อเพลิงที่จะเพิ่มเติมเข้าในอาคาร ต้องควบคุมวัสดุประเภทโฟมและพลาสติก ซึ่งติดไฟง่าย