ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

คำว่า “ประชาสังคม” มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์มายาวนาน ในฐานะเป็นพื้นที่ทางสังคมซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับภาครัฐ ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ได้ให้ความหมายของคำว่า ประชาสังคม หรือ Civil Society ไว้ว่า เป็นแนวคิดที่มีเป้าหมายเพื่อการมีสังคมและชุมชนที่เข้มแข็ง ด้วยเป็นแนวคิดที่กว้าง จึงมีผู้ให้คำนิยามไว้หลากหลาย โดยทั่วไปประชาสังคม หมายถึง พื้นที่หรือส่วนของสังคมที่มีประชาชนเป็นผู้แสดงบทบาทหลัก พื้นที่ดังกล่าวจึงไม่ใช่ภาครัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมีกฎหมายรองรับ และภาคธุรกิจเอกชนที่เน้นดำเนินงานโดยมุ่งแสวงหาผลกำไรในพื้นที่ประชาสังคม ประชาชนทั่วไปเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการที่เป็นอิสระจากภาครัฐ และอยู่นอกบริบทการแข่งขันทางการเมือง 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่แต่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากเป็นสถานการณ์ทั่วไป ล้วนแล้วแต่มีการตั้งคำถามกับกรอบการปฏิบัติงานหรือ “จุดยืน” ของภาคประชาสังคม ว่าควรเป็นไปในลักษณะใด ทั้งนี้มีการอธิบายว่า ความหมายของแนวคิดประชาสังคมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือนิยามของนักรัฐศาสตร์ร่วมสมัยอย่าง แลร์รี่ ไดมอนด์ ซึ่งได้อธิบายแนวคิดประชาสังคมว่า คืออาณาบริเวณ (realm) ที่มีการจัดตั้งขึ้นของชีวิตทางสังคมที่มีลักษณะเป็นอาสาสมัคร มีการเติบโตอย่างเป็นอิสระจากรัฐ และอยู่ภายใต้กติการ่วมกันของสังคม คำว่าประชาสังคมจึงแตกต่างจากคำว่า “สังคม” (society) เพราะเป็นพื้นที่ของพลเมืองที่จะร่วมกันกระทำการบางอย่างในพื้นที่สาธารณะ (public sphere) โดยมีประชาสังคมเป็นพื้นที่ตรงกลาง (intermediary entity) ระหว่างพื้นที่ของเอกชนและภาครัฐ รวมถึงเป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างประชาชนกับภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐ ด้วยเหตุนี้ประชาสังคมจึงไม่ได้เป็นเพียงความพยายามในการจำกัดอำนาจรัฐ แต่อาจเป็นพื้นที่สำหรับให้ความชอบธรรมแก่รัฐก็ได้ หากภาครัฐนั้นได้กระทำการอยู่บนพื้นฐานของ “หลักนิติธรรม” และเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยรวม

หากเป็นไปตามนิยามข้างต้น นับจากมีการผลักดันการขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล โดย พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ และมอบหมายให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานเพื่อมอบเงินอุดหนุนให้แก่ภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยปรากฏว่า การขับเคลื่อนงานมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น ผ่านความร่วมมือระหว่าง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) คณะทำงานขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คกป.) และภาคประชาสังคมในพื้นที่

โดยแง่มุมหนึ่งปรากฏว่า มีคนทำงานด้านภาคประชาสังคม สนใจจัดส่งโครงการเพื่อขอรับเงินอุดหนุนจาก ศอ.บต. จำนวน 488 องค์กร 492 โครงการ รวมงบประมาณกว่า 148 ล้านบาท คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยคณะทำงานขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คกป.) ใช้เวลาในการกลั่นกรอง 5 ครั้ง จึงพิจารณาเห็นชอบโครงการ 223 โครงการ รวมงบประมาณ 50 ล้านบาท หลังจากนั้น มีการจัดอบรมเพื่อขับเคลื่อนวาระงาน มอบเงินอุดหนุนให้แก่ภาคประชาสังคม และมีการดำเนินงานและติดตามประเมินผลโครงการเป็นระยะๆ ขณะเดียวกัน ในส่วนภาคประชาสังคมที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปี 2560 ก็มีการจัดประชุมสร้างความเข้าใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการร่วมขับเคลื่อนโครงการระยะต่อไป

เมื่อการดำเนินงานผ่านไประยะหนึ่ง มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ สรุปผล ถอดบทเรียนการดำเนินงานของภาคประชาสังคมที่ได้รับเงินอุดหนุน และนำไปสู่การจัดแถลงข่าวปิดโครงการโดย พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ซึ่งกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ยืนยันว่ารัฐบาลและผู้แทนพิเศษของรัฐบาล จะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ จับมือประชาชนทุกคนเดินไปด้วยกัน เพื่อนำความผาสุกกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

“บรรยากาศในพื้นที่เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความเชื่อมั่นไว้วางใจ ช่องว่างระหว่างภาครัฐกับประชาชนลดลงเกือบเป็นเนื้อเดียวกัน เป็นผลมาจากการทำงานขององค์กรภาคประชาสังคมในฐานะโซ่ข้อกลางเชื่อมระหว่างรัฐกับประชาชน”

ด้าน ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า กิจกรรมในวันแถลงข่าว ถือเป็นการแถลงผลงานและเป็นวันประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรภาคประชาสังคมที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการจนประสบความสำเร็จ นับเป็นวันเกียรติยศขององค์กรภาคประชาสังคมชายแดนใต้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานขององค์กรภาคประชาสังคมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในโครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมฯ  มีจำนวน 223 องค์กร มีองค์กรที่มีผลการดำเนินงานผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 94.33 ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 5.67 และสามารถเป็นองค์กรต้นแบบ จำนวน 22 องค์กร

ขณะที่ มูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าวว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งแบบนี้ รุนแรงแบบนี้ ภาคประชาชนภาคประชาสังคมสามารถขยายพื้นที่ได้ 50% ก็ถือว่าเก่งแล้ว ดีใจตรงที่ไม่มีการพูดคุยเรื่องกระบวนการสันติภาพกันในโรงแรมเท่านั้น ไม่ได้พูดคุยภาคประชาสังคมอย่างเดียว แต่สามารถลงไปพูดคุยกับประชาชนได้

“ตรงนี้สำคัญสำหรับผม ผมพอใจมาก ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยืดเยื้อมา 13 ปี และเราสามารถเปิดพื้นที่ให้คุยเรื่องกระบวนการสันติภาพ สร้างความเข้าใจต่อเขาว่ากระบวนการสันติภาพหาทางออกโดยสันติวิธีได้ อันนี้ที่เป็นหัวใจสำคัญ แล้วเป็นแรงบันดาลใจ เป็นพลังให้เขาผลักดันกระบวนการสันติภาพต่อไป เพื่อหาทางออกโดยสันติวิธี ผมว่าตรงนี้ทําให้ผมภูมิใจที่สุด”

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หากย้อนกลับไปพิจารณาการนิยามประชาสังคมในประเทศไทย เอนก เหล่าธรรมทัศน์ นักวิชาการชื่อดัง เคยให้ความหมายของประชาสังคมไว้ว่า คือเครือข่าย กลุ่ม ชมรม สมาคม มูลนิธิ สถาบัน และชุมชนที่มีกิจกรรมหรือมีการเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างรัฐและเอกชน โดยมีจุดเน้นอยู่ที่ไม่ชอบและไม่ยอมให้รัฐครอบงำหรือบงการ แม้ว่าจะยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐและความร่วมมือกับรัฐได้ แต่ก็สามารถชี้นำกำกับและคัดค้านรัฐได้พอสมควร และไม่ชอบลัทธิปัจเจกชนนิยมสุดขั้ว ซึ่งส่งเสริมให้คนเห็นแก่ตัว ต่างคนต่างอยู่ แก่งแย่งแข่งขันกันจนไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม หากแต่สนับสนุนให้ปัจเจกชนรวมกลุ่มรวมหมู่ และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยไม่ปฏิเสธการแสวงหาหรือปกป้องผลประโยชน์เฉพาะส่วนเฉพาะกลุ่ม

เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ ของโครงการขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นอาจนับเป็น “มิติใหม่” ของการร่วมคลี่คลายปัญหา แม้อีกด้านหนึ่งจะมีคนทำงานภาคประชาสังคมไม่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินงาน แต่ในระยะยาว ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม เชื่อว่า “เนื้องาน” ของกลุ่มคนหรือองค์กรที่ทำงานด้านประชาสังคม จะเป็นสิ่งพิสูจน์เจตนารมณ์และตัวตนคนทำงานที่แท้จริง