กรมศิลป์อัญเชิญพระบรมธาตุ-เทพนพเคราะห์9องค์ประจำวันเกิดให้ปชช.สรงน้ำสิริมงคลในเทศกาลมหาสงกรานต์

วันนี้ (12 เม.ย. 61) ที่ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดพิธีบวงสรวงสมโภชพระบรมธาตุ และเทพนพเคราะห์ 9 องค์ เพื่อนำมาให้ประชาชนสรงน้ำเนื่องในเทศกาลมหาสงกรานต์ ประจำปี 2561 โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน และประชาชนร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

นายอนันต์ กล่าวว่า พระบรมธาตุนี้พบในพระกรัณฑ์ก้านพระรัศมีพระพุทธสิหิงค์ และเทพนพเคราะห์ถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของคนตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ละคนเมื่อเกิดมาจะมีเทพนพเคราะห์ประจำวันเกิด และในแต่ละช่วงชีวิตเทพนพเคราะห์จะหมุนเวียนเข้าเสวยอายุ กำหนดปีการเสวยอายุตามกำลังของเทพแต่ละองค์ จะส่งผลร้ายหรือดีต่อมนุษย์ขึ้นอยู่กับประเภทของเทพนพเคราะห์ว่าเป็นฝ่ายบาปเคราะห์หรือศุภเคราะห์ หรือความเข้ากันได้หรือไม่กับเทพประจำวันเกิด

เทพนพเคราะห์มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์) มีเทพบริวารอีก 8 องค์ รวมเป็น 9 องค์ ประกอบด้วย พระอาทิตย์ทรงราชสีห์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระจันทร์ทรงม้า พระอังคารทรงมหิงสา พระพุธทรงคชสาร พระพฤหัสบดีทรงกวาง พระศุกร์ทรงโค พระเสาร์ทรงพยัคฆ์ พระราหูทรงพญาครุฑ และพระเกตุทรงนาค
สำหรับประติมากรรมเทพนพเคราะห์ชุดนี้หล่อขึ้นตามแบบเทพนพเคราะห์ของไทย มีลักษณะการแต่งกายคล้ายคลึงกับภาพเทวรูปในสมุดไทยหมวดตำราภาพเทวรูปไสยาศาสตร์ เล่มที่ 70 สำนักหอสมุดแห่งชาติ ที่สันนิษฐานว่าเป็นรูปแบบของเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ และคล้ายคลึงกับภาพจิตรกรรมเทพบนบานประตูหน้าต่างด้านในของพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ทรงร่วมในการควบคุมการก่อสร้างเช่นกัน




“ความพิเศษของประติมากรรมชุดนี้คือ สามารถถ่ายทอดรูปแบบของเทพนพเคราะห์ให้ออกมาเป็นประติมากรรมแบบลอยตัว แสดงท่าทาง และลักษณะของเทพนพเคราะห์ได้อย่างสมจริงและมีชีวิตชีวา โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ และลักษณะของเทพแต่ละองค์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นในเทศกาลสงกรานต์จึงนับเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้กราบไหว้บูชาพระบรมธาตุและเทพนพเคราะห์ 9 องค์ ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีที่ดีงาม” นายอนันต์ กล่าว