ธุรกิจเอสเอ็มอี และ Start Up กำลังเติบโตอย่างมากในเมืองไทย แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทำให้หลายบริษัทขาดสภาวะสภาพคลล่อง มีไอเดียแนวคิดดีแต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการประกอบธุรกิจ รวมไปถึงสภาวะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน วีรานันท์ พิพัฒวงศ์เกษม อีกหนึ่งผู้หญิงเก่งผู้ก่อตั้งบริษัท VP Coaching & Consulting ซึ่งจัดทำหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE) ที่จะมีบทบาทอย่างมากในยุคดิจิตอลปัจจุบันและส่งผลไปถึงอนาคตที่ยั่งยืนของเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ได้เล็งเห็นความสำคัญ และได้นำหลักสูตรนี้เข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ

วีรานันท์ บอกว่า จุดเริ่มต้นของหลักสูตร FTE ได้รับแรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมโครงการ Ignite ของมหาวิทยาลัย Stanford และสามารถผลักดันไอเดียธุรกิจให้เป็นจริงได้ในเขต Silicon Valley ในสหรัฐฯ ภายในเวลาเพียงสองเดือน ตอนนั้นได้สร้างทีมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนชาวต่างชาติ เพื่อพัฒนาไอเดียธุรกิจแอพพลิเคชั่นชื่อ Tuki ที่จะตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารเพื่อรองรับ gig economy หรือระบบเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยงานชนิดที่เป็น part time ซึ่งไม่ใช่งานประจำแบบเป็นลูกจ้างดังที่เคยเป็นกัน Tuki จะช่วยนายจ้างหาบุคลากรและลูกจ้างหางานอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ได้มีโอกาสนำเสนอไอเดียธุรกิจนี้ ให้กับ VC ในทวีปอเมริกาและยุโรป จนกระทั่งได้รับคัดเลือกเข้ารอบ Top 10 ในการแข่งขันโครงการ BASES pitching challenge ของมหาวิทยาลัย Stanford ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ Silicon Valley และ ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ Startup School ของ Y-Combinator ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับในหมู่ของ Startups มากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ก่อตั้ง ลูกค้าและหุ้นส่วน หลังจากนั้นเพียงไม่นานไอเดียธุรกิจนี้ได้รับ seed funding จากนักลงทุนในกรุงลอนดอน ปัจจุบันธุรกิจนี้กำลังเติบโตอยู่ในกรุงลอนดอนและพึ่งได้รับคัดเลือกเพื่อบ่มเพาะในโครงการ Lisbon Accelerator ประเทศโปรตุเกส

“หลังจากที่เราได้รับโอกาสทำให้เชื่อว่าคนไทยมีไฟและเก่งไม่แพ้ชาวต่างชาติ แต่ทว่าโอกาสในการได้รับคำปรึกษา เงินทุน และ connection ในการสร้างธุรกิจของคนยุคใหม่ในประเทศไทยอาจยังไม่เปิดกว้างเท่ากับประสบการณ์ที่ตนเจอในเขต Silicon Valley จึงตัดสินใจทิ้งโอกาสในการเป็น co-founder ของธุรกิจที่ตนได้สร้างกับเพื่อนในต่างแดน เพื่อกลับมาก่อตั้งบริษัท VP Coaching & Consulting ในประเทศไทย ผู้จัดทำหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE) หลักสูตรเพื่อพัฒนาเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ แบบครบเครื่อง ทันใจ และ เร่งรัด”

ก่อนหน้านี้ วีรานันท์ มีประสบการณ์จากธนาคารซิตี้แบงก์ในตำแหน่ง Management Associate ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกค้าบริษัทกลุ่มธุรกิจ SME ทั้งบริษัทไทยและบริษัทข้ามชาติกว่า 30 ราย อีกทั้งยังเป็นอดีตผู้บริหาร บริษัทแอร์เพย์ ประเทศไทย ผู้ดูแลระบบการเงินออนไลน์ให้กับเจ้าของธุรกิจ SME กว่า 8,000 รายทั่วประเทศ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของเจ้าของธุรกิจStart up และ SMEยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE)ที่จะมีบทบาทอย่างมากในยุคดิจิตอลปัจจุบันและส่งผลไปถึงอนาคตที่ยั่งยืนของเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก อนันต์ อัศวโภคิน ผู้ก่อตั้งบริษัท Land&House,Terminal21 และ HomePro มาเป็นผู้ก่อตั้งหลักสูตร FTE โดยมี วีรานันท์ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร

สำหรับหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE)เป็นสร้างการ Sharing ขึ้นอย่างเป็นระบบ ผสมผสานกับ Ecosystem เติมแต่งด้วย Passion จึงเกิดเป็นแนวความคิดที่มั่นคงแข็งแรงในการทำธุรกิจยุคใหม่ในโลกดิจิตอลและเป็นองค์กรที่ยั่งยืนและมั่นใจได้ว่าจะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว โดยหลักสูตรนี้ได้ออกแบบจากได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์และการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่างๆทั่วโลกด้วยตัวเอง เรานำตัวอย่างและคำแนะมาประยุกต์ใช้กับหลักสูตรพัฒนาธุรกิจของเรา ที่สำคัญทีมงานมีวินัยในตัวเองมาก เนื่องจากเรายังใหม่ มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมมากกว่าเจ้าอื่น หลักสูตรให้ความสำคัญกับfeedbackผู้เรียนมาก ในรุ่นที่1 โครงสร้างของหลักสูตรเปลี่ยนไปต่างจากแผนเดิมมาก แต่เป็นหลักสูตรที่ผู้เรียนร่วมกันดีไซน์ให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งออกมาเป็นโมเดลหลักสูตรที่ยืดหยุ่น พร้อมที่จะปรับปรุงพัฒนาตลอดเวลา

โดยหลักสูตรนี้วางเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ผู้มาเข้าร่วม 3 กลุ่มคือ1.ทายาทธุรกิจ ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ต้องสืบทอดกิจการจากครอบครัว ปัญหาที่พบบ่อยคือความกดดันในการรับช่วงต่อเช่น คนรุ่นใหม่อาจมีวิธีการทำงานที่ต่างจากคนรุ่นก่อน การยอมรับจากครอบครัวและคนในองค์กร หรืออยากออกมาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง เนื้อหาในหลักสูตรจะช่วยให้คำแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาเช่น การปรับระบบบริษัทจากธุรกิจครอบครัวมาเป็นการบริหารแบบมืออาชีพ วิธีการรับมือในการทำงานกับพ่อแม่ญาติพี่น้อง หรือ การค้นหาแนวทางที่จะออกมาสร้างธุรกิจเอง

2.เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ จากสถิติพบกว่า 90% ของ StartupและSMEมักจะไปไม่ถึงฝัน มีเพียงแค่ 10% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ เนื้อหาในหลักสูตรจะแนะนำแนวทางในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อทำให้เข้าใจว่าทำอย่างไร ธุรกิจจะสามารถอยู่ในกลุ่ม 10% ที่ประสบความสำเร็จ 3.พนักงานบริษัทที่อยากก้าวข้าม income securityและมีความฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจ หลักสูตรนี้จะช่วยค้นพบตัวตนว่าเราพร้อมและเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจจริงๆหรือไม่

ปัจจุบัน SME ไทยได้รับโอกาสเพื่อพัฒนาธุรกิจเพิ่มขึ้นมาก โดยมีหน่วยงานต่างๆในภาครัฐและเอกชนเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมี SME อีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงโอกาสสำคัญบริษัท VP Coaching & Consulting จำกัด จึงได้จัดทำหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE)เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อให้ความช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจยุคใหม่แบบครบวงจร

“ความมุ่งมั่นของผู้บริหารและทีมงานที่ต้องการจะพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อสอดคล้องกับการทำธุรกิจในยุคดิจิตอล FTE จึงได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่มีความพร้อมในเรื่องเงินทุน เครือข่าย เทคโนโลยี และพื้นที่ขาย ที่จะผลักดัน SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ว่าจบหลักสูตรไปแล้ว ทุกธุรกิจสามารถหารือเพื่อขอคำปรึกษาจากทีมวิทยากรและได้รับการดูแลจากทีมงานอย่างต่อเนื่องถาวร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติมใดๆทั้งสิ้น”

สำหรับวัฒนธรรมองค์กรของไทยกับต่างชาติ แตกต่างกัน ข้อดีของวัฒนธรรมองค์กรต่างชาติคือ พวกเขามักสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยลำแข้ง รู้จริงในสิ่งที่ทำ และมีวินัยการทำงานที่ชัดเจน เนื่องจากนักธุรกิจชาวต่างชาติจำนวนมากเป็นผู้ประสบความสำเร็จด้วยตัวเองและเคยล้มลุกคลุกคลานมาก่อน พวกเขาจึงเข้าใจเข้าถึงความรู้สึกของผู้ที่กำลังสร้างตัวได้ดี และจะมีนิสัยชอบช่วยเหลือแบ่งปันให้กับผู้อื่น เนื่องจากตัวเองเคยลำบากมาก่อนและมีความตั้งใจให้ผู้อื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนข้อดีของวัฒนธรรมองค์กรของไทยคือ การให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล คนไทยดูแลหัวหน้า ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานเหมือนคนในครอบครัว แต่ชาวต่างชาติอาจจะแยกแยะความเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนหรือคนในครอบครัวอย่างชัดเจน

“หลักสูตรนี้จะผสมผสานระหว่างข้อดีของวัฒนธรรมองค์กรไทยและชาวต่างชาติคือ ความเอาจริงเอาจังกับในการเป็นเจ้าของธุรกิจ การได้รับความรู้คำปรึกษาจากประสบการณ์จริงของผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งเป็นนักธุรกิจรุ่นเก๋าที่เคยผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ผ่านวิกฤติจนสามารถสร้างบริษัทที่มั่นคง ที่สำคัญหลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์ให้เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ผู้มาเข้าร่วม FTE ช่วยเหลือดูแลกันแบบคนในครอบครัว”

ทั้งนี้ต้องการทำให้หลักสูตร Fast-Track Entrepreneur เพื่อสร้าง mindset ที่แข็งแกร่งและพัฒนาความเป็นมืออาชีพให้กับ Entrepreneur รุ่นใหม่ในประเทศไทยที่จะเติมในเรื่องของ inspiration passion และ knowledge sharing เป็นเครื่องมือติดอาวุธให้กับธุรกิจ เราหวังว่าหลักสูตรนี้จะกลายเป็น Ecosystem ที่ผู้เข้าร่วมจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้และสนับสนุนกันแบบครอบครัว เพื่อสร้างอนาคตที่ดีทางธุรกิจแบบยั่งยืนร่วมกัน