สถาพร ศรีสัจจัง

เมืองไทยยุค 4.0 ของนายกฯลุงตู่ (ที่ใครเขานินทากันว่ายิ่งนาน “profile” ยิ่งหดคนนั้นนั่นนะ) ดูเหมือนยิ่งมาก็ยิ่งมีเรื่องให้เล่นเยอะ (สำนวนกำลังภายใน) ตั้งแต่เรื่องนาฬิกา เรื่องเสือดำ จนกระทั่งเรื่องป่าเชิงดอยสุเทพที่เชียงใหม่ แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรสนุกเท่าเรื่องพรรคการเมืองที่กระดี๊กระด๊าเรื่องการเลือกตั้งครั้งใหม่ (ไม่แน่ชัดว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่กันแน่ แต่คสช.ว่าเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 แน่ๆ) กันอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

ส่วน “กระแส” ที่ฮอตสุด ก็น่าจะไม่มีอะไรเกินเรื่อง “ออเจ้า” ที่มีรากของเรื่องมาจากวรรณกรรมไทยร่วมสมัยเรื่องหนึ่งที่ชื่อ “บุพเพสันนิวาส” เขียนโดยนักเขียนสาวชาวปักษ์ใต้แห่งเมืองนครศรีธรรมราชผู้ใช้นามปากกาในการเขียนว่า “รอมแพง”

ถ้าถามว่าฮอตขนาดไหน?ก็คงตอบเป็นภาษาไทยร่วมสมัยว่า “ฮอตทะลุโลก” ได้กระมัง?

อตแค่ไหนก็ดูเอาเถิด ถึงขนาดสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิด คือดาราและผู้เกี่ยวข้องในการจัดสร้างละครทีวี. เรื่องนี้ ได้รับความสำคัญให้เข้าพบคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายกฯลุงตู่อย่างได้รับเกียรติสูงสุด ตัวท่านนายกฯ เองให้ความสนใจพบปะพูดคุยหยอกเอินด้วยอย่างสนุกสนานครึกครื้นถึงอกถึงใจ โดยใช้เวลาถึงเกือบสองชั่วโมงเต็ม !

ทีชาวบ้านมีปัญหาจะขอเข้าพบละก็....ฮึ!

ถึงขนาดทำให้รัฐบาล ทั้งโดยกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต่างตื่นตัว คิดกิจกรรมต่อยอดจากละครทีวี.เรื่องนี้กันยกใหญ่ แบบข้าราชการในกระทรวงสนองโครงการกันแทบจะไม่ทัน(จนอาจถูกตวาดไปแล้วหลายคน)
           
คำถามก็คือนอกจากการ “โหนกระแสออเจ้า” เพียงเพื่อ “ฉวยโอกาส” ทำงานให้เข้าตากรรมการแล้ว มีใคร องค์กรไหนบ้าง ที่คิดเรื่องซึ่งเป็นแก่นเป็นสาระของปัญหาจริงๆจัง แล้วส่งเสริมจัดทำโครงการยั่งยืนถาวรที่สอดคล้องกับยุคกับสมัยบ้าง?

เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่อง “ภาษาไทย” ที่ทุกคนทุกฝ่าย ต่างก็เห็นกันว่ากำลังจะล่มสลายอยู่คาตาภายใต้อิทธิพลการรุกใหญ่ของระบบทุนนิยมผูกขาด หรือ “ทุนนิยมขั้นจักรพรรดินิยม” ที่ว่าเกี่ยวข้องก็เพราะเรื่องนี้เกี่ยวโดยตรงกับ “กระบวนการสร้างงานศิลปะ” ที่เป็นความสัมพันธ์อย่างชัดแจ้งระหว่าง วรรณศิลป์/ทัศนศิลป์และศิลปะการแสดง(Performance)

เริ่มจากการนำ “ภาษาไทย” มาสร้างสรรค์เป็นงานวรรณศิลป์ ในกรณีนี้คือนักเขียนชื่อ “รอมแพง” ได้เขียนนิยายเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ขึ้น ผู้ผลิตรายการละครทีวี.บางรายได้อ่านนิยายเรื่องนี้เข้า เห็นว่าน่าจะนำไปสร้างเป็นละครทีวี. ซึ่งในชั้นนี้มีองค์ประกอบเกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่เริ่มต้นปรับนิยายให้เป็น “บทละคร” (ซึ่งมีรายละเอียดจำเพาะเชิงศิลปะ) แล้วส่งต่อไปสู่ผู้กำกับฯ นักแสดง นักแต่งเพลง และอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง

ในกระบานการดังกล่าวนี้มี “ภาษาไทย” เป็นแก่นหลักของกระบวน ถามว่า เมื่อถึงวันนี้ รัฐไทยทุกยุคที่ผ่านมาได้ดำเนินการด้านนโยบายที่สำคัญอะไรบ้างในการส่งเสริม สืบสาน และสร้างสรรค์ “ภาษาไทย” ให้ดำรงคงอยู่อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่าสอดคล้องกับ “พื้นที่และเวลา” ของสังคมโลก

รัฐไทยทำอะไรบ้างนอกจากการประกาศให้มีวันหนึ่งในรอบปีเป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” เหมือนกับ “วันแห่งชาติ”อื่นๆอีกมากมาย

ถ้าเปรียบเทียบเงินงบประมาณที่รัฐไทยลงไปเพื่อการ “ส่งเสริม สืบสาน และสร้างสรรค์” เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ภาษาไทย” ที่เป็นทั้งอัตลักษณ์ และเครื่องมือสร้างสรรค์ที่สำคัญที่สุดของสังคมไทยกับงบประมาณด้านการคมนาคม(แค่กระทรวงเดียว) คิดแล้วน่าจะมีความต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์?

นายกฯลุงตู่ช่วยตอบที (แล้วจะเลือกให้เป็นนายกฯอีกสมัย..อ้าว..)!!!