ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

44 แรงบันดาลใจคำคม John C. Maxwell สำหรับความสำเร็จในการเป็นผู้นำ John C. Maxwell เป็นหนึ่งในนักคิดผู้นำชั้นนำในปัจจุบัน นี่คือสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการมีความตั้งใจจริงและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงที่จะนำพาผู้อื่น เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกันโดยมีอิทธิพลทางบวก ผู้นำไม่สามารถบรรลุสิ่งที่ดีหรือยาวนานทั้งหมดเพียงอย่างเดียว การทำงานเป็นทีมควบคู่ไปกับความเป็นผู้นำ ความเป็นผู้นำเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนและสำหรับคน John C. Maxwell ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักคิดด้านความเป็นผู้นำชั้นนำของโลก

นี่คือ 44 คำพูดที่ดีที่สุดจากหนังสือของเขาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน
1. ความกล้าหาญของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในการบรรลุวิสัยทัศน์ของเขา มาจากความรัก ไม่ใช่ตำแหน่ง
2. ความเป็นผู้นำไม่ได้เกี่ยวกับชื่อตำแหน่งหรือผังงาน มันเป็นเรื่องของชีวิตที่มีอิทธิพลต่ออีกคนหนึ่ง
3. ผู้นำคือคนที่รู้ทางเดินไปและแสดงให้เห็นถึงวิธีการ
4. ผู้นำต้องอยู่ใกล้พอที่จะเกี่ยวข้องกับคนอื่น ๆ แต่พอไกลไปข้างหน้าเพื่อกระตุ้นให้พวกเขา
5. ผู้นำที่เป็นผู้นำคนอื่น ๆ จะเพิ่มพูนอิทธิพลของพวกเขา
6. คนที่ประสบความสำเร็จหาสถานที่ที่เหมาะสมกับตัวเอง
แต่ผู้นำที่ประสบความสำเร็จได้พบที่เหมาะสมสำหรับผู้อื่น
7. ความเป็นผู้นำที่แท้จริงคือการที่คนอื่นจะยินดีและมั่นใจตาม"
8. เมื่อผู้นำขาดความเชื่อมั่นผู้ติดตามขาดความมุ่งมั่น"
9. ทัศนคติของผู้นำเป็นเหมือนเทอร์โมสแตทสำหรับสถานที่ที่เธอทำงานหากทัศนคติของเธอดีบรรยากาศก็ดี
และสภาพแวดล้อมก็ง่ายต่อการทำงาน แต่ถ้าท่าทีของเธอไม่ดีอุณหภูมิจะไม่สามารถทนได้
10. ถ้าคุณไม่ทำตามตัวคุณเอง ทำไมคนอื่นต้องทำตามเล่า ?
11. ผู้นำที่ยิ่งใหญ่มักจะรวมเอาลักษณะที่แตกต่างกันออกไปสองประการด้วยกัน
พวกเขาทั้งสองมีวิสัยทัศน์สูงและปฏิบัติได้จริง
12. คุณต้องการปีนขึ้นไปเท่าไหร่คุณก็ยิ่งต้องเป็นผู้นำมากเท่านั้น
ผลกระทบที่คุณต้องการมากเท่าไหร่ อิทธิพลของคุณก็จะมากขึ้นเท่านั้น
13. ถ้าคุณไม่สามารถมีอิทธิพลต่อคน พวกเขาก็จะไม่ตามคุณไป
และถ้าคนอื่นไม่ทำตามคุณก็ไม่ใช่ผู้นำ นั่นคือกฎแห่งอิทธิพล
14. ทุกคนสามารถควบคุมเรือได้ แต่ต้องเป็นผู้นำในการทำแผนที่แน่นอน
ผู้นำที่เป็นผู้นำที่ดีมีความสามารถในการพาคนของพวกเขาไปได้ทุกที่
15. ถ้าคุณเป็นผู้นำที่แท้จริง การวัดความสำเร็จของคุณ ไม่ใช่การทำให้ผู้คนทำงานหนัก
แต่อยู่ที่ การทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างหนัก ด้วยการมีคำมั่นสัญญาร่วมกัน
16. ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำ เรื่องที่ดี คือ คุณสามารถทำได้ และการทำให้ทุกคนมีศักยภาพ
แม้ก็ไม่ประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน มันต้องใช้ความอดทน
17. ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำที่ไม่ธรรมดา คุณจะต้องหาวิธีที่จะทำให้วิสัยทัศน์ของคุณได้รับการดำเนินการ
และเพิ่มเติมโดยคนอื่น
18. ผู้จัดการทำงานร่วมกับกระบวนการ – ผู้นำทำงานร่วมกับผู้คน
19. ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นและพึ่งพาความเป็นผู้นำ
20. ผู้นำที่ดีรู้ว่า เมื่อไหร่ที่จะแสดงการรุก และเมื่อไหรที่จะแสดงการถอย
21. คุณรู้หรือไม่ว่าความแตกต่างระหว่างผู้นำ ผู้ติดตามและผู้แพ้คืออะไร
ผู้นำต้องเผชิญกับความท้าทาย ,ผู้ติดตามต่อสู้กับความท้าทาย และผู้แพ้จยอมแพ้ต่อความท้าทาย
22. ผู้นำที่ดีที่สุด ต้องการให้คนมีมุมมองที่ไว้วางใจเขาได้
23. การเป็นผู้นำจะต้องทำมากกว่าตัวอย่าง โดยเราจะส่งภาพลักษณ์ที่คลุมเครือของผู้นำไปให้ผู้อื่น
ถ้าเราทำงานเพื่อปรับปรุงตัวเราก่อน และทำให้ภารกิจหลักของเราเป็นไปได้ ก็จะมีคนอื่นทำตาม
24. ผู้นำที่แท้จริงทุกคนจะต้องได้เรียนรู้ว่า ยังไม่มีสิ่งดีที่สุด เพื่อจะทำสิ่งที่ดีที่สุด
25. ผู้นำที่ดีที่สุดมีความถ่อมตนพอที่จะตระหนักถึงชัยชนะของพวกเขา ขึ้นอยู่กับคนของพวกเขา
26. ผู้นำเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอคติในการเป็นผู้นำ การให้ความสำคัญกับการระดมคนและการใช้ทรัพยากร
เพื่อบรรลุเป้าหมาย มากกว่าการใช้ความพยายามของแต่ละบุคคล
ผู้นำที่ต้องการประสบความสำเร็จ ต้องเพิ่มทรัพย์สินและทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อประโยชน์ขององค์กร
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงตระหนักถึงสิ่งที่พวกเขามีอยู่เสมอ
27. ไม่ใช่ตำแหน่งที่ทำให้เป็นผู้นำ แต่เป็นผู้นำที่ทำให้เกิดบทบาท
28. เมื่อผู้นำล้มเหลวในการมอบอำนาจให้กับคนอื่น ๆ มักเป็นเพราะสาเหตุหลัก 3 ประการคือ
1. ความปรารถนาในการรักษาความปลอดภัยในงาน (Job Security)
2. ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง (Change)
3. การขาดความสามารถในตนเอง (Self-Worth)
29. เมื่อคนเคารพคุณในฐานะบุคคล เขาชื่นชมคุณ , เมื่อพวกเขาเคารพคุณในฐานะเพื่อน เขารักคุณ
เมื่อเขาเคารพคุณ ในฐานะเป็นผู้นำ พวกเขาจะตามคุณ.
30. ความเป็นผู้นำ ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง
31. ถ้าคุณต้องการที่จะเป็นผู้นำที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ ไม่ว่าคุณจะมีพรสวรรค์ด้านการเป็นผู้นำ
ตามธรรมชาติเท่าใดหรือน้อยเพียงใด คุณจำเป็นต้องกลายเป็นผู้นำการให้บริการ
32. ความสำเร็จของผู้นำคือชัยชนะครั้งเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อมีประสบการณ์ในความสำเร็จ
มันจะกลายเป็นชัยชนะที่เพิ่มเท่าตัว
33. ความท้าทายในการเป็นผู้นำคือการสร้างการเปลี่ยนแปลงและอำนวยความสะดวกในการเติบโต"
34. ตัวชี้วัดของการเป็นผู้นำ ไม่ได้เป็นจำนวนคนที่รับใช้เขา แต่จำนวนคนที่เขาได้รับใช้
35. ผู้นำรางวัลให้เป็นผลจากการที่คนของพวกเขาให้ผลตอบแทน
36. เส้นบรรทัดฐานการเป็นผู้นำ ไม่ได้หมายถึงว่าเราก้าวหน้าแค่ไหน แต่เราทำให้เขาก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน
37. ผู้นำมีความมั่นใจคือ ผู้นำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางบวกในหมู่คน
38. ในฐานะผู้นำ คุณจะไม่ก้าวไปข้างหน้าจนกว่าคนของคุณสนับสนุนอยาข้างหลังคุณ"
39. ผู้นำที่มีประสิทธิภาพคือ ผู้นำที่มีวินัยในชีวิตประจำวันของพวกเขา
40. ห้าลักษณะที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้นำที่มีประสิทธิภาพทุกคนต้องมี: มีสัญญานในการระดมคน
ความสามารถในการสื่อสาร, ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา,ความเอื้ออาทรและความสอดคล้องกัน
41. ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เพราะอำนาจของตน แต่เป็นความสามารถของในการมอบอำนาจแก่คนอื่น
42. ความไว้วางใจต่อผู้นำ คือต้องมีจริยธรรมที่ไม่ต้องมีคำถาม ผู้นำไม่เพียง แต่อยู่เหนือเส้นแบ่งระหว่าง
ความถูกต้องและผิด เขายังต้องมีความชัดเจนในเรื่องพื้นที่สีเทา
43. เป้าหมายสูงสุดของคุณในฐานะผู้นำควรจะทำงานหนักและมีกลยุทธ์พอที่คุณจะมีมากเพียงพอ
ที่จะให้และแบ่งปันกับคนอื่น ๆ
44. ในฐานะผู้นำ คุณไม่ได้รับคะแนนสำหรับความล้มเหลวด้วยเหตุผลอันสูงส่ง
คุณไม่ได้รับเครดิตว่าถูกต้อง ในขณะที่คุณนำองค์กรมาหยุดชะงัก
ความสำเร็จของคุณวัดจากความสามารถของคุณ ในการนำคนไปที่ต้องการ
แต่คุณสามารถทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ใจจากคนให้เป็นผู้นำเท่านั้น
นั่นเป็นความจริงของ “ กฎของการยอมรับ “

7 เรื่อง“ทัศนคติ” ที่สำคัญ ที่เราจะต้องฉุกคิด ทำความเข้าใจ และนำมาใช้ เพื่อประสบความสำเร็จ
1. ทัศนคติคือตัวกำหนดวิถีการใช้ชีวิตของเรา ทัศนคติคือสิ่งที่สร้างความคาดหวังของชีวิตให้กับตัวเราเอง มันคือการชี้ทิศทางชีวิตของเรา ว่าจะทะยานขึ้นไปสู่ข้างบน หรือจะก้มดิ่งลงสู่ด้านล่าง ทัศนคตินี้เองที่กลายเป็นบรรทัดฐานให้ตัวเราเองในการมองสิ่งรอบข้างว่าน่าพึงพอใจหรือไม่น่าพึงพอใจ ถ้าคุณตั้งทัศนคติอยู่ในแง่ลบ เช่นคุณไม่ชอบใครแล้ว ต่อให้เขาทำอะไรมา ก็ผิดไปเสียหมด

2. ทัศนคติเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นๆ คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีนั้นมักจะมีจุดร่วมในเรื่องทัศนคติเช่นการมองโลกในแง่ดี การเห็นคุณค่าของคนอื่น คนที่มีมนุษยสัมพันธ์แย่ก็จะมีจุดร่วมไม่ต่างกัน เช่นมองคนอื่นแย่กว่าตัวเอง มองคนอื่นเป็นศัตรู ฯลฯ ทัศนคติที่คนสองกลุ่มนี้สร้างขึ้นกลายเป็นตัวกำหนดวิธีการปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ นั่นเอง

3. ทัศนคติคือสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่าง “สำเร็จ” และ “ล้มเหลว”

4. ทัศนคติเริ่มต้นจะส่งผลกับผลลัพธ์ที่ตามมา ถ้าทัศนคติตั้งต้นมาดีแล้ว โอกาสจะประสบความสำเร็จสูง แต่ถ้าตั้งแง่ว่าจะพังตั้งแต่ต้นแล้ว ทำยังไงก็คงจะไม่ดี

5. ทัศนนคติคือตัวที่เปลี่ยน “ปัญหา” ให้กลายเป็น “โอกาส”
คือการมองเห็นโอกาสจากปัญหาแทนที่รู้สึกไม่ดี ทัศนคติที่ดีมักจะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อยู่เสมอๆ

6. ทัศนคติสามารถทำให้เราเกิดมุมมองดีๆ ที่แตกต่างออกไปจากเดิม
หากคุณมีทัศนคติที่ดีแล้ว คุณก็อาจจะเห็นอะไรใหม่ๆ ที่ปรกติคุณอาจจะมองไม่เห็นก็ได้

7. ทัศนคติที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะคุณบอกว่านับถือศาสนาหรือบอกว่าคุณเป็นคนดี
เอาหลักธรรมเหล่านั้นมาใช้ในการปรับทัศนคติของตัวเองอย่างจริงจังๆ จึงจักเกิดประโยชน์จริง

เราจะเห็นได้คือทัศนคตินี้ที่สำคัญไม่แพ้ความรู้และความสามารถของตัวคุณเอง แถมเอาจริงๆ มันอาจจะเป็นตัวสำคัญที่สุดในการสร้างให้คุณมีความสุขหรือไม่ด้วย