การฟืนฟูระบบนิเวศป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ
ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (จบ)

ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงค้นค้นวิธีการในการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ด้วยวิธีง่ายๆ ประหยัดและได้ผลดี นั่นคือ การสร้างฝายเล็กๆ ให้สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ โดยใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น

ฝายชะลอความชุ่มชื้น มี 2 ประเภท คือ ฝายต้นน้ำลำธารสำหรับกั้นกระแสน้ำไว้ให้ไหลช้าลง และซึมลงใต้ผิวดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในบริเวณนั้น และฝายดักตะกอนดินและทรายมิให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำเบื้องล่าง ฝายทั้ง 2 ประเภท สามารถสร้างความชุ่มชื้น และชะลอความชุ่มชื้นอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ซึ่งเป็นการลดปัญหาการพังทลายของดินและความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย ซึ่งส่งผลไปสู่การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่ง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2532 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ มีใจความว่า

“...ควรสร้างฝายบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของศูนย์ฯ เพื่อช่วยเก็บน้ำไว้สำหรับชะลอความชุ่มชื้นลงไปสู่ด้านล่าง เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร โดยแบ่งออกเป็น 2 บริเวณ คือ บริเวณที่อาศัยน้ำชลประทานกับบริเวณที่ได้รับน้ำฝนตามสภาพธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เพื่อทดสอบดูความแตกต่างไว้เปรียบเทียบกัน...”

ได้มีพระราชดำรัสเพิ่มเติมว่า

“...ในเขตของศูนย์ฯแห่งนี้ ควรจะต้องมีการแสดงการศึกษาทดลองเปรียบเทียบให้เห็นชัด โดยแบ่งพื้นที่ที่มีการใช้ระบบน้ำชลประทานส่วนหนึ่ง พื้นที่ที่ได้รับเฉพาะน้ำฝนโดยมีฝายช่วยกักน้ำฝนไว้ส่วนหนึ่งและพื้นที่ที่ปล่อยไว้โดยธรรมชาติอีกส่วนหนึ่ง ต้นไม้ต่างๆในศูนย์ฯจะเจริญเติบโตหรือหงิกงอก็ไม่เป็นไรเพราะนั่นเป็นการทดลองเปรียบเทียบให้เน้นข้อแตกต่างซึ่งเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญของศูนย์ฯ...”

ผลสำเร็จจากภูเขาสูง

ผลการดำเนินงานจะเห็นได้ว่า รูปแบบของการฟื้นฟูต้นน้ำตามแนวพระราชดำริ โดยมีแนวคิดรวบยอด กล่าวคือ ต้นทางเป็นป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทางเป็นเกษตรกรรม เป็นแนวพระราชดำริที่ผสมผสานสอดคล้องกับหลักปฏิบัติในการจัดการลุ่มน้ำที่นอกเหนือจากแนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังทรงหมายถึงความยั่งยืนของการดำรงชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำอีกด้วย ผลการดำเนินงานจึงปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆได้ ทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ โดยชุมชนมีส่วนร่วมโดยอาศัยหลักการดังกล่าวและการที่เกษตรกรที่ได้เข้าไปเรียนรู้แนวทางการดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ศูนย์ฯ แล้วนำไปปฏิบัติด้วยตนเองอีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรรายอื่นที่อยู่ใกล้เคียงผลสำเร็จดังกล่าวนับได้ว่าเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จของการจัดการต้นน้ำที่ยั่งยืน

การพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ศูนย์ ซึ่งดำเนินมาเป็นระยะเวลากว่าสามทศวรรษ นำมาซึ่งการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ปรากฏทั้งในเชิงปริมาณและเชิงประจักษ์ โครงสร้างของระบบนิเวศป่าไม้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วส่งผลต่อบทบาท การทำหน้าที่ของระบบที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ศักยภาพในการให้น้ำของลุ่มน้ำป่าผสมผลัดใบที่ได้รับการพัฒนาด้วยระบบชลประทานโดยการก่อสร้างฝายต้นน้ำและขุดคลองแบบก้างปลา เพื่อชะลอให้น้ำอยู่ในระบบลุ่มน้ำมีมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ลุ่มน้ำที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติ

บทบาทของฝายชะลอความชุ่มชื้นได้ช่วยกระจายน้ำไปยังพื้นที่รอบข้าง เพื่อสร้างความชุ่มชื้นเมื่อพื้นที่มีความชุ่มชื้น ระบบนิเวศป่าไม้ก็พัฒนาตัวขึ้นซึ่งในทางตรงกันข้ามความแห้งแล้งก็ลดลง การทำหน้าที่ของระบบนิเวศ ป่าไม้ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการไหลของน้ำในลำธารได้ปรากฏให้เห็นทั้งปริมาณน้ำในลำธารที่เพิ่มมากขึ้น คุณภาพน้ำที่ดีขึ้น และอัตราการไหลหลากของน้ำที่ลดลงในช่วงกลางฤดูฝนและระยะเวลาการไหลของน้ำที่ยาวนานขึ้นหลังจากฤดูฝนสิ้นสุดลง ซึ่งหมายถึงบทบาทที่ช่วยลดความรุนแรงจากการไหลบ่าของน้ำในช่วงฤดูฝน และลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ศักยภาพของระบบนิเวศป่าไม้ด้านการให้น้ำดังกล่าวได้ส่งผลไปสู่ความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์แหล่งน้ำ ทั้งในด้านการเกษตรและประมงในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ อย่างแท้จริงดังพระราชประสงค์ที่พระราชทานไว้ให้พื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบของการฟื้นฟูต้นน้ำที่ยั่งยืนโดยรูปแบบซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

จากการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่แห่งนี้ จึงเป็นองค์ความรู้ที่หลากหลายทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพที่มีการสาธิตอันสามารถสัมผัสได้อย่างครบถ้วน พื้นที่ลุ่มน้ำแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” อย่างแท้จริง นอกจากนี้หมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ฯ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากการศึกษา ทดลองวิจัย โดยศูนย์ฯ และชุมชนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้โดยได้ประยุกต์ใช้แนวทางการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริร่วมกับศูนย์ฯอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนสามารถเห็นผลลัพธ์ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความแห้งแล้งได้รับการบรรเทาอย่างเป็นรูปธรรม

นายสภาพ ปารมี
สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติฯ