ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง

มอง“ภูมิชีวิต”นราฯ
ผ่านมุมพิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส

น่าภูมิใจที่ชาวนราธิวาสมีพิพิธภัณฑ์เมือง
พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส แหล่งเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติชุมชน เมือง/จังหวัด ภูมิสังคม มรดกทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อที่ให้ประชาชนในจังหวัดและนักท่องเที่ยวที่เข้าชมได้ศึกษาหาความรู้และเพลิดเพลินชมนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ แต่ละห้องที่จัดแสดง ซึ่งมีโอกาสไปเดินชมนิทรรศการช่วงปลายเดือนมีนาคมนี่เอง

พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส ตั้งอยู่ที่ถนนพิชิตบำรุง ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จากข้อมูลนำชมนิทรรศการทำให้รับรู้ว่าอาคารพิพิธภัณฑ์นี้เดิมเป็นศาลากลางจังหวัดนราธิวาส(หลังเก่า) นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราฯ ในเวลานั้น(พ.ศ.2549) มีแนวคิดอนุรักษ์ศาลากลางหลังเก่านี้ปรับปรุงอาคารเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง ประกอบกับทางกระทรวงวัฒนธรรมขอใช้อาคารหลังนี้เป็นที่ทำการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและทำป็นพิพิธภัณฑ์เมือง ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการจังหวัด หลังดำเนินการปรับปรุงภายในเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการแต่ละห้อง 2 ชั้นแล้วเสร็จเปิดให้บริการประชาชนเข้าชมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561

เมื่อเดินเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ ชั้นที่ 1 จัดแสดงนิทรรศการถาวร 6 ห้อง ประกอบด้วย ห้องโถงจัดแสดงประติมากรรมและเรื่องราวสถานที่สำคัญ วัฒนธรรมเด่นๆ ตามด้วยคำขวัญของจังหวัด เกริ่นนำให้ผู้ชมรับรู้ก่อนที่เดินเข้าสู่พื้นที่นิทรรศการชั้นใน มีมัคคุเทศก์นักเรียนจิตอาสาผ่านการอบรมพานำชม หลุดจากห้องโถงเข้าห้องฉายวีดิทัศน์ บรรยายสรุปให้ผู้ชมได้เห็นภาพห้องจัดแสดงต่างๆ
เดินสู่ห้องแผ่นดินสีเขียว ทางเดินแคบๆ สองข้างทางเขียวครึ้มไปด้วยป่าจำลองดึกดำบรรพ์ แสดงเรื่องราวทางด้านกายภาพ ภูมิศาสตร์ และทรัพยากรทางธรรมชาติ แล้วเดินเข้าสู่ห้องพัฒนาการประวัติศาสตร์ โบราณคดี และประวัติความเป็นมาของจังหวัดนราฯ จนมาสู่ห้องจำลองบรรยากาศเมืองตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน ฉายวีดิทัศน์ให้เห็นภาพเมืองนราฯ เสน่ห์แห่งด้ามขวาน ต่อเนื่องห้องภาพรำลึก ภาพเก่าที่มีความสำคัญเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องนราฯ

เดินขึ้นบันไดสู่ชั้นที่ 2 สู่ห้องจัดแสดงตั้งถิ่นฐานและชุมชนโบราณ ห้องชาติพันธุ์ แสดงเรื่องราวความหลากหลายทางชาติพันธุ์ศาสนา โอริงอัสลี ชาวมลายู ชาวสยาม ชาวจีน ชาวอินเดีย-ปากีสถาน และชาติต่างๆ ที่อพยพเคลื่อนย้ายมาอาศัยอยู่ในแผ่นดินนราธิวาส ห้องศาสนา ผู้คนที่อยู่ในนราฯ นับถือพุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู ตลอดจนศาสนสถานที่สำคัญ
แล้วมาถึงห้องคนของแผ่นดิน บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของนราฯ ต่อด้วยห้องนราฯ เปี่ยมสุขเพราะพระบารมี “ในหลวงรัชกาลที่ 9” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีต่อพสกนิกรชาวนราฯ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ห้องภูมิชีวิต จัดแสดงด้านสถาปัตยกรรมบ้านเรือนพื้นถิ่นมลายู ทำให้ได้เห็นพัฒนาการของเรือนพื้นถิ่นและสถาปัตยกรรมเด่นของนราฯ ประกอบด้วย มัสยิดตะโละมาเหนาะ วัดชลธาราสิงห วังเจ้าเมืองระแงะ อาคารแบบชิโน-โปรตุกีส เรือนโต๊ะดูกู ห้องแถวเรือนไม้


ห้องนี้ยังจัดแสดงประเพณีหลากหลายทางวัฒนธรรม เช่น ชักพระหรือสลากพระ รับเจ้าเข้าเมือง ประเพณีแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลาม หรือ “นิกะห์” การอวนอาซูรอ ประเพณีลาซังหรือล้มซังของไทยพุทธ ความเชื่อเรื่องที่นาเรื่องแม่โพสพ จัดทำพิธีนี้แล้วเชื่อว่าจะทำให้นาข้าวปีต่อไปเจริญงอกงาม ผลผลิตสูง และยังมีประเพณีบุญบั้งไฟ ตรุษจีน รวมไปถึงมุมกลุ่มภาษาที่ใช้พูดสื่อสาร มลายูท้องถิ่น ภาษาไทยถิ่นตากใบ ศิลปะการแสดง อาหาร วิถีชีวิต งานช่างฝีมือพื้นบ้าน มรดกภูมิปัญญา เช่น จักสานย่านลิเภา จักสานกระจูด กรงนก กริช แกะสลักไม้ต่างๆ เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส นอกจากเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมาของชุมชนเมือง/จังหวัด วิถีชีวิต มรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และอื่นๆ เพื่อที่ชาวนราฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ ทางจังหวัดยังส่งเสริมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดให้ชมวันพุธ-อาทิตย์ 10.00-16.00 น. อย่างไรก็ดี จะให้พิพิธภัณฑ์เมือง “มีชีวิต” ต้องจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมอยู่เนืองๆ เชิญชวนประชาชนทุกวัย หน่วยงาน สถาบันการศึกษาในพื้นที่ร่วมทำกิจกรรม และชวนเชิญประชาชน สถาบันต่างๆ ในจังหวัดชายแดนใต้และไกลที่ออกไปมาทัศนะศึกษา
พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวนราฯ