ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และธุรกิจ พร้อมขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ด้วยการจัดตั้งสถาบันวิทยาการนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจ ผู้บริหาร ภาครัฐ เอกชน นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจได้เรียนรู้การยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมสู่ความสำเร็จอย่างสร้างสรรค์ โดยได้รเปิดตัวสถาบันวิทยาการนวัตกรรม และลงนามในความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้สถาบันวิทยาการนวัตกรรม ได้รวบรวมหลักสูตรการยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ มีความน่าเชื่อถือ ตลอดจนศึกษาแนวโน้มในอนาคต วิธีการนำเสนอใหม่ๆ รวมไปถึงการนำเอากรณีศึกษาของคนไทยมาใช้ในการเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมยังช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจที่ถูกต้องในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เชื่อว่า การเปิดสถาบันฯ อย่างเป็นทางการในระยะเวลา 5 ปี จะสามารถรวบรวมวิทยาการได้เป็นจำนวนมาก และจะมีผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมหรือเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจำนวน 2-3 หมื่นคนต่อปี เนื่องจากประเทศไทยในขณะนี้ถือว่ามีการตื่นตัวและโดดเด่นเรื่องนวัตกรรมไม่ต่างจากนานาชาติ ขาดเพียงการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์และการต่อยอดจากระดับประเทศไปสู่สากลเท่านั้น

“สถาบันวิทยาการนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการ กลุ่มธุรกิจ ผู้บริหาร ภาครัฐ เอกชน นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจได้เรียนรู้การยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมสู่ความสำเร็จอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้ความร่วมมือของ สนช.สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา หน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านวัตกรรมให้กับองค์กร”

โดยเบื้องต้นได้แบ่งการเรียนรู้ของสถาบันออกเป็น 6 กลุ่มเป้าหมายได้แก่1.ผู้สนใจเทคโนโลยี นวัตกรรมกลุ่มเยาวชน นักศึกษา เน้นสร้างการรับรู้ ความรู้สึกอยากเป็นนวัตกร2.กลุ่มผู้ที่อยากประกอบกิจการ และนำนวัตกรรมเทคโนโลยีไปใช้สร้างความน่าสนใจให้กับสินค้า3.กลุ่มผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว และอยากนำองค์ความรู้มาเสริมพัฒนาโครงการหรือสินค้าให้เกิดความโดดเด่นแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในตลาด

4. กลุ่มภาครัฐและเอกชนที่ต้องการยกระดับองค์กร อยากให้องค์กรมีการเปลี่ยนแปลง โดยใช้นวัตกรรมเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาบุคคล ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง การปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ 5.กลุ่มผู้นำ ผู้บริหารระดับสูง ทั้งที่เป็นนักลงทุน นักธุรกิจ ระดับ CEO รวมถึงผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารจัดการเมืองที่เน้นการพัฒนายกระดับความสามารถด้านนวัตกรรม 6.กลุ่มผู้ขับเคลื่อนระบบนวัตกรรม เช่น อุทยานนวัตกรรม หน่วยงานสนับสนุนการเงิน หน่วยงานกฎหมาย ซึ่งต้องเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมร่วมกัน

สำหรับประเทศไทยขณะนี้ถือว่ามีการตื่นตัวเรื่องนวัตกรรมไม่ต่างจากนานาชาติ และเมืองไทยมีความโดดเด่นด้านวัตกรรมงานบริการ ธุรกิจการค้าปลีก การท่องเที่ยว โรงแรม การแพทย์ แต่ในกลุ่มธุรกิจการผลิตไทยยังเป็นเพียงฐานการผลิต ยังไม่มีความชัดเจนในแง่นวัตกรรม อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสพัฒนาและยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมได้จากเรียนรู้สม่ำเสมอ เห็นได้จาก 31 หลักสูตรนวัตกรรมที่รวบรวมในปีแรกๆ มีผู้ผ่านการอบรมจำนวน 12,217 คนจาก 1,626 บริษัท และ 700 สตาร์ทอัพ ส่งเสริมมูลค่าลงทุน 2,785 ล้านบาท เชื่อมั่นว่า การเปิดสถาบันฯ อย่างเป็นทางการในระยะเวลา 5 ปี จะรวบรวมวิทยาการได้กว่า 80 หลักสูตร มีการอบรมโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ ส่งผลต่อยอดผู้เข้ารับการอบรมหรือเรียนรู้ต่อเนื่อง2-3 หมื่นคนต่อปี