เมื่อแยก แตกตัวออกมาจาก พรรคใหญ่ แล้วหันมาก่อร่าง สร้างพรรคกันใหม่ในนาม เศรษฐกิจไทย อาจทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา แกนนำคนสำคัญ ได้เรียนรู้แล้วว่า สิ่งที่คิด กับความเป็นจริงนั้น อาจเป็น คนละเรื่องเดียวกัน อย่างสิ้นเชิง ! วันนี้สมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย ของร.อ.ธรรมนัส มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 18 ส.ส. ซึ่งเป็นการลดจำนวนลงจากเดิม เมื่อครั้งที่ พรรคพลังประชารัฐ มีมติขับออก ทั้งสิ้น 21 ส.ส. เพื่อเป็นทางออก และบทสรุปความขัดแย้ง ระหว่าง บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับ ร.อ.ธรรมนัส ที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ในฐานะ ปีกเดียวกัน เมื่อพรรคพลังประชารัฐคือพรรคแกนนำรัฐบาล ที่พันธกิจอยู่ที่การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ให้ทำหน้าที่ ผู้นำรัฐบาล อย่างเข้มแข็ง แต่กลับต้องเจอกับเกมโค่นนายกฯ จากคนกันเองในพรรคพลังประชารัฐ นำโดยร.อ.ธรรมนัส เมื่อครั้งแรกของการแยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย หลายคนฮือฮาว่า นี่อาจเป็น ขุมอำนาจใหม่ ที่จะมีอิทธิพลต่อพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อต้องปะทะกัน ในสภาฯ ถึงขั้นที่มีการจับตาและลุ้นกันยกใหญ่ว่า กลุ่มร.อ.ธรรมนัส จะแสดงอิทธิฤทธิ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 152 เมื่อวันที่ 17-18 ก.พ.65 ที่ผ่านมา หรือไม่ แต่แล้ว วันนี้กลับดูเหมือนว่า สถานการณ์ของพรรคเศรษฐกิจไทย อาจเป็นเหมือน พลุการเมือง ที่สว่างขึ้นมาแล้วดับลง เพราะในความเป็นจริงแล้ว โอกาสที่พรรคจะเติบโตไปมากกว่าตัวเลข 18 เสียง นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดาย มิหนำซ้ำ โอกาสที่จะเกิดการพลิกผันเมื่อใกล้วันเลือกตั้ง ยังมีความเป็นไปได้ว่าส.ส.ที่มีอยู่เดิม อาจจะลดน้อยลง นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อฟังจากสุ้มเสียง พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อถูกถามเรื่องโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับครม. เพื่อเปิดทางให้กลุ่มของร.อ.ธรรมนัส เข้ามาร่วมในรัฐบาลว่า ไม่ปรับอะไรทั้งนั้น ! แน่นอนว่าเรื่องกระแสการปรับครม. นั้นมีขึ้นเพื่อ หยั่งกระแส มาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทันทีที่มีรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคเศรษฐกิจไทยว่าเตรียมจัดประชุมใหญ่ในเดือนมี.ค.นี้และจะหนุนให้ บิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นั่งหัวหน้าพรรค แต่แล้วหลายสิ่ง หลายอย่าง ยังเป็นแค่ กระแส ที่ยังห่างไกลจากความเป็นจริง เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่รับลูกด้วย สถานการณ์ของพรรคเศรษฐกิจไทย เวลานี้จึงไม่ต่างจากการสู้เพื่ออนาคตทางการเมือง ที่ยังเผชิญหน้ากับจุดพลิกผันอีกหลายช็อต !