วิปสนช.แบะท่ายื่นตีความ2กม.ลูก ชี้จะเห็นความชัดเจนประชุมสนช.พฤหัสนี้ ด้าน “บิ๊กเจี๊ยบ”ห่วงปัญหาบานปลายตั้งรัฐบาลไม่ได้ อ้างเหตุส.ว.เป็นคนเลือกนายกฯ

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการกิจการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แถลงผลการประชุมวิปสนช.ว่า ในการประชุมวิปสนช.วันที่ 13 มี.ค.นี้ มีการพูดคุยกันเล็กน้อยเรื่องการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. แสดงความเป็นห่วงมา คงต้องนำไปหารือในที่ประชุมสนช.วันที่ 15มี.ค.นี้ เพื่อสรุปว่า จะยื่นร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เท่าที่คุยกันร่างกฎหมายสองฉบับไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่หากส่งตีความก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะผู้ใหญ่ท้วงติงมาขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ซึ่งการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความไม่กระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้งเดือนก.พ.2562 เนื่องจากได้กำหนดระยะเวลาเผื่อไว้ในเพดานสูงสุดไว้แล้ว

เมื่อถามว่า มีน้ำหนักมากขึ้นที่สนช.จะยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะนายมีชัยท้วงติงอย่างต่อเนื่อง นพ.เจตน์ตอบว่า นายมีชัยเป็นผู้ใหญ่ เมื่อมุมมองนักกฎหมายท้วงติงมา สนช.ต้องรับฟังนำมาหารือกัน ต้องเอาความเห็นของนายมีชัยมาคิดให้หนัก เมื่อผู้ใหญ่ชี้มาเช่นนี้ ต้องคิดให้รอบคอบ ดูแนวโน้มแล้วคงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะในการประชุมสนช.วันที่ 15 มี.ค.จะง่ายต่อการเข้าชื่อ หลักๆคนที่เข้าชื่อคงเป็นผู้ลงมติไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง รวมถึงคนที่ไม่ได้มาร่วมโหวตลงมติ แต่ไม่จำกัดสิทธิคนที่ลงมติเห็นด้วย จะมาร่วมลงชื่อก็ได้ เพราะคนลงมติเห็นชอบ อาจเห็นด้วยกับภาพรวมกฎหมาย แต่ไม่อาจไม่เห็นด้วยในบางมาตรา

ด้านพล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ วิปสนช. กล่าวว่า คาดว่าอย่างน้อยสนช.คงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในส่วนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เพราะกรณีที่กฎหมายประกาศบังคับใช้แล้ว และมีการสรรหาส.ว.50 คน เสร็จแล้ว ปรากฏว่า มีผู้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ขั้นตอนการสรรหาส.ว.50 คนไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จะยิ่งเกิดปัญหามากขึ้น เพราะถึงตอนนั้น เมื่อได้ส.ว.ครบถ้วนแล้ว แต่จะเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ เพราะถูกร้องเรื่องการสรรหาส.ว.50 คน การเปิดประชุมรัฐสภาอาจต้องชะงักไว้ก่อน การเลือกนายกฯก็จะชะงักไปด้วย ถึงตอนนั้นจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่หลายคนแสดงความเป็นห่วง จึงต้องการทำให้เกิดความชัดเจน