บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DMHT ผู้นำด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมี่ยมระดับโลก เผยเทรนด์การจับคู่อาหารไทยและนานาชาติกับเครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลกอย่าง “สก็อตช์ วิสกี้” เพื่อประสบการณ์ใหม่ของการลิ้มลองรสชาติที่เหนือระดับ ซึ่งจะเพิ่มอรรถรสให้ทุกมื้ออาหารมากกว่าที่เคย พร้อมเรียนรู้ต้นกำเนิดและเกร็ดวัฒนธรรมของเครื่องดื่มสีอำพันที่อยู่ในสังคมทั่วโลก รวมถึงแบรนด์จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ที่ถือกำเนิดมายาวนานเกือบ 200 ปี

ประวิทย์ บุญนิธิไพสิฐ แบรนด์แอมบาสเดอร์มากประสบการณ์จาก DMHT ให้สัมภาษณ์ว่า ความผูกพันระหว่างมนุษย์กับสก็อตช์ วิสกี้เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนมายาวนานแล้ว และวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ขนานนามเครื่องดื่มนี้ให้เป็นน้ำแห่งชีวิตในยุคแรกๆสก็อตช์ วิสกี้ถูกนำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และดื่มแทนน้ำเปล่าที่หายากและมีราคาแพง ก่อนถูกประสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินดื่มอย่างแน่นแฟ้นตามกาลเวลา จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกอย่างในปัจจุบัน

ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกวิสกี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสก็อตช์วิสกี้ และสก็อตช์วิสกี้ยังสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายชนิด เช่น ซิงเกิ้ล มอลต์วิสกี้ เป็นวิสกี้ที่ผลิตขึ้นจากโรงกลั่นเดี่ยวที่ใช้เพียงข้าวบาเลย์หมัก น้ำ และยีสต์ในการผลิต,เกรนวิสกี้ เป็นวิสกี้ที่ใช้ข้าวโพดหรือข้าวสาลี หรือทั้งสองอย่างเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และเบลนเดดวิสกี้ ผลิตขึ้นจากการผสมซิงเกิ้ลมอลต์และซิงเกิ้ลเกรนวิสกี้ไว้ด้วยกัน แต่ทุกชนิดล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันคือ ต้องผ่านการบ่มในถังไม้โอ้คไม่น้อยกว่า 3 ปีจนมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่า 40% ABV (Alcohol by Volume)ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องผ่านกระบวนการหมัก กลั่น บ่มและผสมในประเทศสก็อตแลนด์เท่านั้นจึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสก็อตช์วิสกี้อย่างเต็มตัว

ศราวุฒิ ปิ่นเพชร์ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ อีกท่านกล่าวว่า หลายคนคิดว่า สก็อตช์วิสกี้เป็นเพียงเครื่องดื่มในวงสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่ความจริงแล้ว รสชาติของสก็อตช์วิสกี้มีเอกลักษณ์และมอบประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ คู่กับอาหารได้อย่างกลมกล่อม ไม่ต่างกับไวน์ ซึ่งต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการจับคู่อาหารกับสก็อตช์วิสกี้เช่นกัน และยังสามารถดื่มคู่กับเมนูอาหารสุดฮิตของคนทั่วโลก หรือเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน

ทั้งนี้เรารู้กันดีว่า ไวน์แดงต้องคู่กับอาหารจานเนื้อ ไวน์ขาวกับอาหารทะเล สำหรับสก็อตช์วิสกี้ สองหนุ่มแบรนด์ แอมบาสเดอร์ จาก DMHT ได้นำเสนอการจับคู่เมนูอาหารหลากหลายชาติไว้อย่างน่าสนใจ โดยเผยว่า หากต้องการรับประทานอาหารประเภทเนื้อย่างเช่นซี่โครงหมูย่างบาร์บีคิวให้ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น สามารถรับประทานคู่กับสก็อตช์ วิสกี้ ที่มีอายุการหมักบ่มไม่ต่ำกว่า 12 ปี (จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล) ซึ่งให้รสสัมผัสที่ซับซ้อน ลุ่มลึก และกลิ่นหอมรมควันอันเป็นเอกลักษณ์ของวิสกี้ชนิดนี้

สำหรับเมนูประเภทตุ๋นยาจีนอย่างไก่ตุ๋นเห็ดหอมยาจีนที่อยู่คู่กับชาวจีนมาอย่างยาวนาน ก็เข้ากันได้ดีกับวิสกี้ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ สูตรเฉพาะที่ได้รับการหมักบ่มเป็นเวลานานถึง 21 ปี (จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซัน เอ็กซ์อาร์ 21)ให้รสเข้มที่มีมิติซับซ้อนเย้ายวน พร้อมความหอมหวานของน้ำผึ้งและกลิ่นเครื่องเทศจัดจ้านกำลังพอดี สำหรับเมนูสุดฮิตที่เป็นหนึ่งในจานโปรดของนักชิมชาวไทยหลายๆ คนอย่างเป็ดอบซอสส้ม ก็สามารถรับประทานคู่กับสก็อตช์ วิสกี้ สูตรพิเศษ(จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เบลนเดอร์ส แบทช์ ไวน์ คาสค์ เบลนด์)ที่ผ่านการหมักบ่มในถังไวน์ โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมและรสชาติฟรุตตี้ จึงดึงรสชาติซอสส้มได้อย่างน่าประทับใจ

อัลแบร์โต อิเบอัส กรรมการผู้จัดการ บริษัทดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมี่ยมระดับโลก DMHT มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมการลิ้มลองเครื่องดื่มระดับโลกอย่างสก็อตช์ วิสกี้ ซึ่งผสมผสานอยู่ในศาสตร์และศิลป์ของการกินดื่มของคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ในรูปแบบนวัตกรรมใหม่ๆของเครื่องดื่มที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ด้านของไลฟ์สไตล์อันพิถีพิถันให้กับทุกคน อีกทั้งตอกย้ำแนวคิดที่ว่าแอลกอฮอล์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สมดุลได้ หากทุกคนดื่มอย่างรับผิดชอบและสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบของเราตลอดมา