หลังจากจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2549 ที่จังหวัดอ่างทอง ราษฎรจำนวนมากไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพในที่ดินของตนได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จึงทรงก่อตั้ง "ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองและโครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านยางกลาง" ขึ้น ที่ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เพื่อให้ราษฎรดังกล่าวสามารถกลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเองอีกครั้ง

เพื่อเปิดประสบการณ์เรียนรู้นอกสถานที่ทั้งงานหัตถกรรมและการเกษตรตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองและโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านยางกลาง จัดกิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองและโครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านยางกลาง ที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน โดยมี ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสามี จูงลูกสาวตัวน้อย น้องมัดหมี่ และน้องหม่อน พร้อมด้วย จริยาภรณ์ วงศ์สวัสดิ์ บล็อกเกอร์และเจ้าของเพจ thelovelyair ที่พาครอบครัว มาร่วมทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองและโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านยางกลาง จ.อ่างทอง

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ ในช่วงเช้าผู้เยี่ยมชมจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติของแปลงเกษตรขนาด 1,000 ไร่ พร้อมชมโครงการฟาร์มตัวอย่าง และได้ลงมือทำกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ เรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ภายในฟาร์ม เช่น แพะพันธุ์นม หมูจิ้นหัว และกบ, ทดลองปลูกและเก็บผักสลัดปลอดสารพิษจากในกระถางและแปลงดิน, เรียนรู้การทำปุ๋ยมูลไส้ดิน, เพาะเห็ดและเก็บเห็ดพันธุ์ต่าง ๆ จากโรงเรือน และร่วมกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในแต่ละเดือน โดยในเดือนนี้เป็นการร่วมทำนาโยน

จากนั้นดับกระหายด้วยไอติมหวานเย็นจากน้ำสมุนไพรให้ชื่นใจ ก่อนไปอิ่มเอมกับอาหารกลางวันจากโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ซึ่งได้จัดเตรียมเมนูอาหารคาวหวาน ที่นำผลผลิตต่างๆ จากในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ มาปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษ พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบปิ่นโต ประกอบด้วย ข้าวเหนียว, ลาบหมู, เห็ดชุบแป้งทอด, คอหมูย่างจิ้มแจ่ว และกล้วยเชื่อม โดยเมนูจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตนั่นเอง จากนั้นในช่วงบ่ายรื่นรมย์กับการชมกล้วยไม้นานาพันธุ์ที่เรือนกล้วยไม้ และชมงานฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง ได้แก่ โรงผลิตกระดาษข่อยซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและโรงผลิตหัวโขน, โรง ทอผ้ายก, แผนกปักผ้า และโรงเซรามิก พร้อมลองเพ้นท์ถ้วยเซรามิกด้วยตัวเอง

 (ซ้าย) ปิยวรา-ธนวัฒน์ (ขวา), น้องมัดหมี่ วรจิตต์ และน้องหม่อน จิตตาภา เนตรน้อย

ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย บอกว่า ความที่เราเป็นคนเมือง ทำให้ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดธรรมชาติ จึงอยากพาลูก ๆ ให้ได้มาซึมซับวิถีชีวิตเกษตรกร ได้เรียนรู้การปลูกพืชผักต่างๆ แบบเกษตรอินทรีย์ การทำนา การเลี้ยงสัตว์ การที่ทำให้เขาได้มาพบเห็นและช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เขาสามารถรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้ ที่เรารับประทานเข้าไป ต้องใช้เวลา และมีความยากลำบากอย่างไรบ้าง ในการที่จะผลิตอาหาร หรือกว่าจะเป็นข้าวที่เรารับประทาน นอกจากนี้การที่ให้ เด็ก ๆ ได้คลุกคลีกับธรรมชาติ ได้เล่นคลุกดิน คลุกฝุ่นบ้าง ก็จะทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับวิถีชีวิตของเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย

(ซ้ายสุด )จามร-จริยากรณ์ วงศ์สวัสดิ์ และน้องลูฟวร์ วรา - พีศิลป์ พงศ์วราภา

ด้าน จริยาภรณ์ วงศ์สวัสดิ์ คุณแม่สายบล็อกเกอร์เล่าความประทับใจที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสมสำหรับครอบครัว ทั้งสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับลูกๆ ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้มีความสุขที่ได้พบเจอกิจกรรมที่ไม่มีโอกาสได้พบเห็นในเมือง และไม่ไกลกรุงเทพฯ เรียกว่าเป็นวันเดย์ทริปที่คุ้มค่ามากๆ สนุกกันได้ทั้งครอบครัว ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งการชมฟาร์มตัวอย่างก็มีรถรางบริการ ที่สำคัญอาหารกลางวัน อร่อยมาก ได้รับประทานอาหารที่นำวัตถุดิบในฟาร์มมาปรุงเป็นเมนูต่าง ๆ มีความสุขสุดๆ เรียกว่า ทั้งสนุก และประทับใจมากค่ะ

ร่วมเรียนรู้งานหัตถกรรมและการเกษตรตามแนวพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง และโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านยางกลาง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกเสาร์ที่ 1 และ 3 ของเดือนตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ เป็นต้นไป ผู้สนใจติดตามรายละเอียดได้ทาง www.facebook.com/sibuathongth