"แผนปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนั้นมี5 ภารกิจ ซึ่ง 1 ใน 5 ภารกิจนั้นคือการให้ชุมชนท้องถิ่น ประชาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นของตัวเองมากขึ้นให้คนท้องถิ่นมีบทบาทในการช่วยกันพัฒนาประเทศ"

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานมูลนิธิสยามรัฐ ร่วมเสวนาหัวข้อ "จะปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไรหลังการเลือกตั้ง" จัดโดยหนังสือพิมพ์สยามรัฐและมูลนิธิสยามรัฐ โดยมีนักวิชาการและผู้บริหารส่วนท้องถิ่นกว่า 30 คนเข้าร่วม ที่อาคารสำนักงานสยามรัฐ พระราม 8

ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นพลังที่สำคัญมากของประเทศในเวลานี้ เพราะการพัฒนาและนโยบายที่สร้างสรรค์ของประเทศมาจากส่วนท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่ว่าส่วนราชการส่วนกลางจะไม่มีความสำคัญ แต่เห็นว่าระยะหลังมานี้ท้องถิ่นมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น โดยตอนที่ตนเองเขียนเรื่องนโยบายการกระจายอำนาจแผนแรกเมื่อปี 2543 ผ่านมาแล้ว 18 ปี ตอนนี้นั้นการเขียนแผนการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น มีอาจารย์ จรัส สุวรรณมาลา อาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ให้การสนับสนุน มีอาจารย์วุฒิสาร ตันไชย ช่วยเขียน ซึ่งตอนเขียนขณะนั้นก็นึกไม่ถึงว่า 18 ปีผ่านมาจะเห็นท้องถิ่นที่มีความสร้างสรรค์มีพลังและมีผลงานมากขึ้นเรื่อยๆ

ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า ตอนเขียนแผนกระจายอำนาจฯในช่วงแรกๆ นั้น คนก็ยังงงๆ ว่าการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นคืออะไร ประกอบกับท้องถิ่นในช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยมีผลงานมากนัก จึงมักถูกกระแนะกระแหนว่า การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นคือการทำให้ท้องถิ่นมีป้ายสวยๆ มีที่ทำการใหญ่ๆ ที่ทำการ อบต.ใหญ่กว่า ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการ อบจ.ใหญ่กว่า ศาลากลางจังหวัด เต็มไปด้วยเสียงค่อนขอด แต่ท้องถิ่นก็สามารถยืนหยัดยืนอยู่ได้ และสร้างผลงานขึ้นมากมายอย่างต่อเนื่อง จนสถาบันพระปกเกล้ามอบรางวัลต่างๆมากมายในทุกปี ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5-10 กรณี ซึ่งผลงานเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผลงานที่สร้างสรรค์และนับวันยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

"ปัจจุบันท้องถิ่นไม่ได้ทำแต่เรื่องความสะอาด ไม่ได้ทำแต่เรื่องเก็บขยะ แต่ได้มีการทำเรื่องสำคัญๆ เพิ่มมากขึ้นทุกทีหลายท้องถิ่นทำเรื่องความงามของเมืองทำเรื่องป่าต้นน้ำ ทำเรื่องการศึกษา ทำเรื่องการศึกษานานาชาติโรงเรียนของท้องถิ่นหลายๆ ที่ก็สามารถจัดการศึกษาได้ดี บางแห่งก็ดีกว่าโรงเรียนของกระทรวงศึกษาฯซะอีก เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้ไปเมืองสงขลาได้เห็นการทำงานของ อบจ.สงขลา ชุมชนสงขลาทำเรื่องประวัติศาสตร์สงขลา ซึ่งทำได้ดีและเล่าได้น่าสนใจก็เลยเอามาเขียนเป็นสงขลาธานีศรีประเทศเอามาลงในFacebook และหนังสือพิมพ์ 4 5 ฉบับทำให้คนทั่วประเทศได้เห็นศักยภาพของท้องถิ่นที่ทำอะไรที่สร้างสรรค์"

ศ.ดร.เอนก กล่าวอีกว่า เรื่องของท้องถิ่นถือเป็นเรื่องใหญ่ ตนเองได้เป็นประธานปฏิรูปประเทศด้านการเมืองด้วย และได้เขียนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองส่งไปให้กรรมการยุทธศาสตร์ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานซึ่งได้พิจารณาเห็นปฏิรูปด้านการเมืองแล้ว โดยแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนั้นมี 5 ภารกิจ ซึ่ง 1 ใน5 ภารกิจนั้นคือการให้ชุมชนท้องถิ่น ประชาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นของตัวเองมากขึ้น ให้คนท้องถิ่นมีบทบาทในการช่วยกันพัฒนาประเทศ พื้นที่ชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง ซึ่งสิ่งหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ เพราะว่าถ้าเรามุ่งที่การเมืองระดับบนอย่างเดียวก็คงใช้เวลาอีกนานกว่าที่ประชาธิปไตยจะมีคุณภาพ เนื่องจากคุณภาพของประชาธิปไตยสำคัญที่สุดก็คือคุณภาพของประชาชน คุณภาพของประชาชนจะพัฒนาไม่ใช่ที่อยู่ที่โรงเรียน แต่อยู่ที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการช่วยงานท้องถิ่น รู้ว่าท้องถิ่นตัวเองควรจะพัฒนาอย่างไร อย่างในในภาคอีสาน จะต้องรู้ว่าภาคอีสานจะมีโอกาสอย่างไรจากบูรพาภิวัตน์ที่จีนเข้าต่อประเทศไทยทางบกโดยต่อที่หนองคายอีกหน่อยภาคอีสานก็จะเป็นภาคแรกของประเทศที่จีนเข้ามาถึงโดยทางบก โดยทางอากาศอีสานก็ใกล้ที่สุด เพราะเมืองคนจีนเกือบทั้งหมดอยู่ทางภาคตะวันออก ฉะนั้นท้องถิ่นที่ภาคอีสานควรจะได้ตื่นรู้ว่าโอกาสภูมิศาสตร์ของประเทศ ซึ่งมันจะเชื่อมต่อกับจีนในทางบก และทางอากาศเราจะได้ประโยชน์อย่างไร

"ในอดีตท้องถิ่นถูกฝึกให้มาคิดแต่เรื่องท้องถิ่น คิดแต่เรื่องเล็กๆ ในชุมชนของตัวเอง แต่ว่าท้องถิ่นปัจจุบันจะต้องเป็นท้องถิ่นที่ติดต่อกับนานาประเทศ ดังนั้นเรื่องของท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญในการปฏิรูปการเมืองในแง่การพัฒนาประเทศ จึงได้แนะนำ อบจ.สงขลาไปว่า อบจ.ทั้งหลายที่อยู่ภาคใต้ต้องคิดเรื่องเศรษฐกิจคาบสมุทรภาคใต้ ต้องเป็นผู้นำทางความคิดว่าจะสร้างเศรษฐกิจคาบสมุทรภาคใต้อย่างไรเสร็จแล้วก็ดึงรัฐบาลให้มาคิดต่อให้มาสนับสนุนนโยบายหรือให้รัฐบาลเป็นเจ้าของงานก็ได้โดยพวกเราท้องถิ่นเป็นเจ้าของความคิด"

ศ.ดร.เอนก กล่าวด้วยว่า ในอนาคตท้องถิ่นจะเป็นความหวังของประเทศถ้าทำเรื่องท้องถิ่นได้ประเทศก็จะมีความก้าวหน้าเกิน 50% เพราะขณะนี้ถ้าไปดูการทำงานของท้องถิ่นก็จะมีเรื่องที่สร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น เพราะกำลังเป็นองค์กรที่สดใหม่ ประกอบกับขณะนี้มีคนเก่งๆ คนดีๆ คนรุ่นใหม่ไปทำงานให้ท้องถิ่นมากขึ้น