ครูเฮ!ออมสินลดดอก0.5-1%มีผลครูวินัยดี4แสนคน คาดเซ็นเอ็มโอยูฉบับใหม่ เม.ย.นี้ "หมอธี"บอกให้เป็นของขวัญครูรับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหาข้อสรุปการจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู กับธนาคารออมสิน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่าที่ประชุมบรรลุข้อตกลงกรณีที่ธนาคารออมสิน จะนำ 0.5-1% ซึ่งเคยส่งคืนเข้ากองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) คืนให้ครู โดยทางธนาคารออมสิน ได้ตกลงจะคืนเงินดังกล่าว โดยนำไปลดดอกเบี้ยให้กับครูที่มีวินัยทางการเงินเป็นรายเดือน

ซึ่งจะมีผลทันทีหลังมีการลงนามในเอ็มโอยูฉบับใหม่ เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะลงนามได้ภายในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อเป็นของขวัญรับเปิดเทอมใหม่ให้กับครูทุกคน

"จากการไปรับฟังความคิดเห็นครูทั่วประเทศ พบว่าต้องการให้ธนาคารออมสินลดดอกเบี้ย ซึ่งจากนี้ไป สกสค.จะไม่เป็นผู้ตามเก็บเงินส่งให้ธนาคารออมสิน แต่จะให้ทำสัญญากับต้นสังกัดเพื่อหักเงินโดยตรง เพื่อให้ครูได้รับผลประโยชน์โดยตรง ซึ่งหากครูผิดนัดชำระหนี้ก็จะถูกปรับตามหลักการของธนาคาร คือจะต้องเสียดอกเบี้ยมากขึ้น"นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ สกสค.ทวงเงินจากธนาคารออมสิน ที่ได้หักจากเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไป ประมาณ 1 หมื่นกว่าล้านบาทมีข้อสรุปหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ฝ่ายกฎหมายของ สกสค. และธนาคารออมสิน จะเจรจาร่วมกัน โดยทุกอย่างต้องเป็นตามกระบวนการ แต่ ศธ.ยังยืนยันว่าต้องการทวงเงินคืน

ดร.ชาติชาย กล่าวว่า ทางธนาคารออมสิน จะลดดอกเบี้ยให้กับครูที่มีวินัยทางการเงินดีทันที ที่มีการลงนามเอ็มโอยูฉบับใหม่ ในอัตรา 0.5-1% ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์ คือครูผู้กู้ที่มีวินัยทางการเงินดีประมาณ 4 แสนกว่าคน คิดเป็น 90%จากจำนวนผู้กู้ทั้งหมดประมาณ 450,000 คน

สำหรับครูที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้นั้น ธนาคารออมสิน มีโครงการปรับการผ่อนชำระใน 3 มาตรการ คือ 1.ปลอดเงินต้นจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ในกรณีที่ครูมีเงินในบัญชีเกิน 30%ของจำนวนเงินกู้ทั้งหมด 2.ปลอดเงินต้นจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 50% โดยครูต้องมีเงินในบัญชีเหลือ 15-30% และ 3.ถ้าครูเหลือเงินในบัญชีต่ำกว่า 15% ให้จ่ายดอกเบี้ยในช่วงนี้ 25% และพักเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นกลับมาผ่อนปกติ

ดังนั้น ถ้าครูคนไหนเข้ามาตรการที่ 1 คือจ่ายดอกเบี้ย 100% และไม่ผิดนัดชำระหนี้ก็สามารถเข้าร่วมในการลดดอกเบี้ยตามข้อตกลงใหม่ได้ทันที ส่วนครูที่ยังพักดอกเบี้ย ตามเทคนิคเรียกว่ายังมีหนี้ค้างชำระเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ที่ยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ต้องรอจนกว่าจะเข้าสู่การชำระในภาวะปกติจนกว่าจะมีวินัยทางการเงิน จึงจะสามารถปรับลดดอกเบี้ยใหม่ได้

ด้านนายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า โครงการเงินกู้ที่ สกสค.ทำร่วมกับธนาคารออมสิน มี 7 โครงการ แต่ละโครงการ ทางธนาคารจะส่งเงินคืนเข้ากองทุนสนับสนุนพิเศษฯ ในอัตราที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นผู้กู้แต่ละโครงการจะได้รับการลดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน โดยข้อตกลงนี้จะมีผลกับคนที่มีวินัยทางการเงินดีประมาณ 4 แสนคน ส่วนคนที่ไม่มีวินัยทางการเงิน ถ้าภายหลัง มีวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น ก็สามารถได้รับการลดดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน