ชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (WICE ) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานภายหลังการเข้าซื้อกิจการ Universal Worldwide Transportation Limited (UWT)บริษัทอยู่ระหว่างการส่งมอบงานต่อให้กับ UWT เพื่อดำเนินการขยายปริมาณงานในฮ่องกงและจีน คิดเป็นมูลค่างาน 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้าในช่วงไตรมาส 2/61 นี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่จำนวน 2-3 ราย เพื่อเข้ารับงานบริหารจัดการพื้นที่คลังสินค้า ส่วนงานด้านขนส่งทางอากาศ (Air Freight) การขนส่งทางทะเล (Sea Freight) และการขนส่งทางรถในประเทศมีแนวโน้มที่ดีปริมาณงานทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานดังกล่าวจะส่งผลให้รายได้ไตรมาสแรกปีนี้มีการเติบโตในเกณฑ์ดี และรายได้รวมปีนี้สามารถเติบโตอย่างน้อย 30% หรืออยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาทตามเป้าหมาย ถือเป็นการสร้างสถิติการเติบโตสูงสุดต่อเนื่องของบริษัท

“บริษัทยังเดินหน้าสร้างแบรนด์ WICE ในธุรกิจโลจิสติกส์ระดับนานาชาติ ด้วยการขยายโครงข่ายพันธมิตรในประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดธุรกิจทุกประเภทของบริษัทให้ครอบคลุมเส้นทางการขนส่งที่สำคัญ รองรับความต้องการของลูกค้าในทุกๆด้าน และยกระดับแบรนด์ WICE สู่การเป็นผู้นำงานบริการโลจิสติกส์แห่งเอเชีย”

สำหรับผลประกอบการปี 2560 มีรายได้รวม 1,402.33 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,035.64 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 366.69 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 35.40% และมีกำไรสุทธิ 89.70 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 77.18 ล้านบาท จำนวน 12.52 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.22%

ขณะที่งวดไตรมาส 4/60 บริษัทมีรายได้รวม 343.88 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 342.10 ล้านบาท จำนวน 1.78 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.52 % และมีกำไรสุทธิ 11.97 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27.76 ล้านบาท จำนวน 15.79 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส 4/60 บริษัทมีค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการ UWT จำนวน 9.17 ล้านบาท และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นการขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น จำนวน 5.13 ล้านบาท อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว(One Time Expense) อีกทั้งบริษัทได้มีการป้องกันความเสี่ยงเกี่ยวกับการผันผวนของค่าเงินในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท สำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.60 คิดเป็นจำนวนเงิน 78.23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 87.21% ของกำไรสุทธิ โดยการจ่ายเงินปันผลจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีและเพื่อสิทธิรับเงินปันผล (Record Date)ณ วันที่ 7 มี.ค.61 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 พ.ค.61 โดยเตรียมขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 61 ในวันที่ 25 เม.ย.61