ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง

"งามพุทธลักษณะ พระนอนวัดขุนอินทประมูล"

นำเกร็ดความรู้พระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนวัดขุนอินทประมูล ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พระพุทธปฏิมาเก่าแก่ที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่งของชาวอ่างทอง ให้อ่านกัน

ด้วยพุทธลักษณะประทับในอิริยาบถนอนหรือไสยาสน์ งดงาม พระพักตร์ยิ้ม ดูสงบ เมตตา ตั้งอยู่กลางแจ้ง ต่างจากพระนอนทั่วไปที่ประดิษฐานในพระวิหาร นั่นเป็นเพราะว่าวิหารของพระนอนองค์นี้ได้พังทลายลงไปเมื่อนานมาแล้ว ปัจจุบันคงเหลือเพียงเสาพระวิหารรอบๆ องค์พระให้พอเห็นร่องรอย ส่วนรูปแบบสถาปัตยกรรมพระวิหารนั้นไม่มีเค้าโครงเดิมหลงเหลือให้เห็น หากสืบย้อนประวัติความเป็นมาวัดขุนอินทประมูล ตามข้อมูลสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา บรรยายแผ่นป้ายไว้สังเขป


“วัดนี้มีความสำคัญมากในสมัยอยุธยา มีองค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ ความยาว 50 เมตร (25 วา) สูง 11 เมตร (5 วา 2 ศอก) หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ชาวบ้านเรียกว่า “พระศรีเมืองทอง” เดิมพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ประดิษฐานในวิหาร ต่อมาวิหารหักพังลงหมดจึงมองดูคล้ายประดิษฐานบนโคกเนิน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “โคกพระนอน” นอกจากนี้ยังมีอุโบสถและวิหารขนาดใหญ่ด้วย
เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 วัดแห่งนี้ถูกไฟใหม้กลายเป็นวัดร้างอยู่ประมาณ 100 ปี จนถึงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ.2275-2301) วัดนี้จึงได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งนี้มีตำนานเรื่องเล่าว่า ชาวจีนเป็นนายอากรตำแหน่งที่ขุนอินทร์ ได้ยักยอกทรัพย์หลวงมาปฏิสังขรณ์พระพุทธไสยาสน์ จนถูกลงโทษ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดพระนอนขุนอินทประมูล”
ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ปีพ.ศ.2421 และปีพ.ศ.2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสลำน้ำมะขามฒ่า ทรงแวะที่วัดแห่งนี้เพื่อนมัสการพระพุทธไสยาสน์ถึง 2 ครั้ง และโปรดให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดเรื่อยมา ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจานุเบกษา วันที่ 8 มีนาคม 2478 มีเนื้อที่ 58 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะวัดและองค์พระตั้งแต่พ.ศ.2518 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เสด็จฯ มาถวายผ้าพระกฐิน ปีพ.ศ.2516 และเสด็จฯ มานมัสการในปีพ.ศ. 2518

นอกจากองค์พระนอนแล้ว ภายในวัดยังมีอุโบสถและเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมเก่าตั้งอยู่บนเนินดิน โดยอุโบสถหรือวิหารมีรากต้นโพธิ์ยึดเกาะติดผนังกำแพงบางส่วน
“รูปแบบศิลปกรรมของอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสมัยอยุธยา หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ฐานอาคารทำเป็นฐานปัทม์สูง มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ด้านละ 2 ช่อง ไม่ปรากฏร่องรอยการเจาะช่องหน้าต่างและฐานใบเสมารอบอุโบสถ ส่วนเครื่องบนหลังคาพังทลายลงเมื่อนานมาแล้ว ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายพอกด้วยปูนปั้น พื้นปูด้วยกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบ
ส่วนเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำแปดเหลี่ยม อยู่ติดกับอุโบสถด้านทิศตะวันตก เป็นฐานเขียงแปดเหลี่ยมซ้อนชั้น ยอดเป็นปล้องไฉนซ้อนชั้นขึ้นไป ซึ่งได้หักพังลงมาเป็นบางส่วน จากรูปแบบศิลปกรรมเป็นเจดีย์สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 22 – 23” (อ้างแล้ว)
พระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนวัดขุนอินทประมูล เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกลนิยมมานมัสการองค์พระขอพรสิริมงคลกันอยู่เนืองนิจ