วันที่ 5 มี.ค.นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติเป็นประธานในพิธีเปิดตลาดเคหะประชารัฐพลาซ่า (Community Mall) ตลาดเยส บางพลี พร้อมมอบป้ายตลาดเคหะประชารัฐให้กับ นายปริญญา
ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการ บริษัท เยส บางพลี จำกัด โดยมี นายกมล เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานดังกล่าว ณ บริเวณตลาดเยส บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นตลาดนำร่องของโครงการตลาดเคหะประชารัฐพลาซ่า (Community Mall) ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานตลาดประชารัฐของกระทรวงมหาดไทย

นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการ การเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง และต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อเป็นการขานรับนโยบายของรัฐบาล การเคหะแห่งชาติจึงได้ยกระดับการพัฒนาตลาดชุมชนของการเคหะแห่งชาติสู่ตลาดเคหะประชารัฐ ซึ่งเป็นตลาดประเภทที่ 10 ภายใต้โครงการตลาดประชารัฐของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค 90 ตลาด มีแผงร้านค้ากว่า 7,200 แผง โดยแบ่งประเภทของตลาดเคหะประชารัฐออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ตลาดเคหะประชารัฐชวนเดินเพลินใจ เป็นตลาดนัดชุมชนที่พัฒนาตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยในชุมชน มีโครงการนำร่องคือ ตลาดบวรร่มเกล้า ตลาดเคหะประชารัฐชุมชนสุขใจ เป็นตลาดที่เกิดขึ้นและดำเนินการอย่างต่อเนื่องในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยจัดทำโครงการนำร่อง คือ ตลาดนนทบุรี (วัดกู้ 2) ,ตลาดพหลโยธิน กม. 44 และตลาดเคหะประชารัฐพลาซ่า (Community Mall) โดยมีตลาดเยส บางพลี เป็นโครงการนำร่อง ซึ่งมีคุณสมบัติสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาตลาดมาตรฐานที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด 6 ด้าน คือ ด้านสุขลักษณะทั่วไป ด้านการจัดการน้ำเสีย ด้านการจัดการขยะมูลฝอย ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ด้านผู้จำหน่ายสินค้า และด้านการมีส่วนร่วมของผู้ค้าและผู้ซื้อ

สำหรับตลาดเยส บางพลี ตั้งอยู่บริเวณถนนเทพารักษ์ กม. 22.5 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประเภทตลาดเคหะประชารัฐพลาซ่า (Community Mall) ในรูปแบบศูนย์การค้าชุมชน

หรือช้อปปิ้งมอลล์แบบครบวงจร มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 23,000 ตารางเมตร สามารถให้บริการครอบคลุมประชากรผู้อยู่อาศัยในเขตพื้นทีอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ โดยส่งเสริมและเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยในชุมชนของพื้นที่ได้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง พร้อมให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน เพื่อพัฒนาศักยภาพพ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการให้มีความก้าวหน้าและเติบโตทางธุรกิจ ด้วยแนวคิดสำคัญคือการช่วยค้าปลีกไทยให้มีความสามารถเชิงการแข่งขันที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น