นายจอห์น นิวตัน ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England: PHE) กล่าวว่า จากรายงานหัวข้อ การศึกษาหลักฐานและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน จัดทำ โดย PHE ระบุ เมื่อต้นปี 2560 อัตราผู้เลิกบุหรี่สำเร็จของคนอังกฤษสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะการเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าใจถูกต้องว่านิโคตินไม่ใช่สาเหตุหลักของอันตรายจากการสูบบุหรี่มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น นอกจากนี้ หลักฐานทั้งหมดที่มี ไม่สนับสนุนความกังวลที่ว่า บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นประตูไปสู่การสูบบุหรี่มวนในเยาวชน

“รายงานนี้เป็นฉบับที่4 ของ PHE ที่ศึกษาเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และได้ขยายขอบเขตการศึกษาครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควัน ผลการศึกษาครั้งนี้ช่วยสนับสนุนข้อสรุปเดิมของเรา ที่ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป 95% และลดความเสี่ยงต่อการได้รับควันบุหรี่ของคนรอบข้าง ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่จึงควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับศักยภาพของบุหรี่ไฟฟ้า และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อช่วยให้การเลิกบุหรี่มวนมีอัตราความสำเร็จมากขึ้น”

ด้านนายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่าย ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ลาขาดควันยาสูบ End Cigarette Smoke Thailand (ECST)” ให้ความเห็นว่า ก่อนหน้านี้เอ็นจิโอต่อต้านบุหรี่ของไทย เคยออกมาตั้งข้อสังเกตว่ารายงานของ PHE ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งทาง PHE ได้เคยส่งอีเมลมาชี้แจงถึงข้อสรุปในการศึกษาฉบับก่อนๆ แล้ว รายงานฉบับนี้ PHE ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า บุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงจากการสูบบุหรี่ได้จริง และยังแนะนำว่าควรเพิ่มการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ เนื่องจากมีหลักฐานชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเพิ่มจำนวนผู้เลิกบุหรี่ในอังกฤษได้กว่า 1 หมื่นคน ทั้งนี้เครือข่ายฯ เห็นว่า แนวทางนี้น่าจะช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยให้เข้าใกล้เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเอาไว้ได้ ซึ่งภาครัฐน่าจะลองพิจารณาควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เหมาะสม จะได้เป็นประโยชน์กับผู้สูบบุหรี่ ในขณะเดียวกันก็ป้องกันผู้ไม่สูบบุหรี่และเยาวชนได้