สสส. ผนึกเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จัดงาน “สานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ครั้งที่ 2 หวังจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจน้อมนำศาสตร์ของพระราชาสู่การปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน ร่วมปฏิรูปประเทศไทย

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จัดเวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2561 “ศาสตร์ของพระราชากับปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน” น้อมนำศาสตร์พระราชาร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมงาน กว่า 4,000 คน ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 3 องค์กรหลักในพื้นที่ ได้แก่ ท้องที่ องค์กรชุมชน และหน่วยงานรัฐ และคณะทำงานขับเคลื่อนจังหวัด อย่างน้อย 10จังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ปาฐกถาพิเศษ “แม่มอก : โมเดล” นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปาฐกถาพิเศษ “ศาสตร์พระราชากับความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่นและเศรษฐกิจพอเพียง"

นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. (สำนัก 3) กล่าวว่า เป้าหมายและยุทธศาสตร์ 10ปี ของ สสส. โดยแผนสุขภาวะชุมชน สนับสนุนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยประสานความร่วมมือกับภาคียุทธศาสตร์เจ้าภาพหลักของแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น โดยให้ความสำคัญกับ ๓ ส่วนในขบวนการปฏิรูปประเทศ ได้แก่ การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้พื้นที่เป็นฐานการพัฒนา การแปลงเป้าหมายด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12(พ.ศ. 2560-2564) ลงสู่ปฏิบัติการของชุมชนท้องถิ่น และการนำสาระสำคัญด้านการพัฒนาสุขภาพของประชาชนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาดำเนินการเพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบสำหรับการเรียนรู้ของสังคม และการกระตุ้น สนับสนุนการน้อมนำศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่อยู่คู่คนไทยมาตลอด 70ปี มาเป็นทิศทาง วิธีการ ขั้นตอน และกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จะส่งผลให้เกิดความสุขและความยั่งยืนในระดับสากล ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาวะ

“เวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นฯ ครั้งนี้หวังจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจ โดยน้อมนำทั้งเครื่องมือ แนวทาง และขั้นตอนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9นำองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและสังคม มาปรับใช้ในระบบปฏิบัติการของชุมชนท้องถิ่นครอบคลุมทุกมิติของสุขภาวะ พัฒนาระบบนิเวศชุมชน เศรษฐกิจพอเพียงและความมั่นคงของชุมชน ความเท่าเทียม ทั่วถึง ชุมชนเกื้อกูลให้มีความยั่งยืน โดยนักวิชาการและเชื่อมขบวนการกับนักขับเคลื่อนการปฏิรูป เกิดเครื่องมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ที่ได้จากการพัฒนาของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่น และครั้งนี้ได้เพิ่มเติมสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่น โดยสถาบันวิชาการมีการรวมตัวกันสรุปและประมวลประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นผ่านการพัฒนา “โจทย์การวิจัยของชุมชนท้องถิ่น” และมีการวิจัยโดย “นักวิจัย” จากสถาบันวิชาการและชุมชนท้องถิ่น และตลาดความรู้ของชุมชนท้องถิ่น (Market place) ที่มีการนำ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ กิจกรรมสร้างสรรค์ เหมาะกับการดำรงชีวิตและการแก้ปัญหาในพื้นที่ เช่น ก้านมะพร้าวนวดเท้า รอกกระลาสร้างความสัมพันธ์เ ป็นต้น” นางสาวดวงพร กล่าว

ด้าน นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส. กล่าวว่า การปฏิรูประบบปฏิบัติการของชุมชนท้องถิ่นสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1. การแก้ไขปัญหาพื้นฐานของแต่ละท้องถิ่น โดยใช้ทุนศักยภาพจัดการตนเองประสบการณ์ วิชาการ การเรียนรู้ผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการบูรณาการทุกภาคส่วน ผ่านนโยบายสาธารณะ 7+1คือ 1) บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 2) สวัสดิการสังคม 3) เกษตรกรรมยั่งยืน 4) ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 5) เด็กและเยาวชน 6) สุขภาพชุมชน 7) ภัยพิบัติ 8) ลงทุนด้านสุขภาพ และ 2. การแก้ไขปัญหาของสังคม ของประเทศ ของโลก โดยยึดแนวทางหลักการกลยุทธ์เดิม เพิ่มประสบการณ์ วิชาการเข้มข้น จัดระบบบูรณาการ สร้างนวัตกรรมทางด้านเนื้อหาและรูปแบบการจัดการ ไปสู่การพัฒนาที่ยังยืน คือ ระบบนิเวศชุมชน เศรษฐกิจพอเพียงและความมั่นคงของชุมชน และเท่าเทียม ทั่วถึง ชุมชนเกื้อกูลซึ่งตอบโจทย์ เชื่อมโยงการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่โดยนำใช้ศาสตร์พระราชากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวม 17 เป้าหมาย ได้แก่ ขจัดความยากจน ขจัดความหิวโหย สุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี การศึกษาเท่าเทียม เท่าเทียมทางเพศ น้ำและสุขาภิบาล พลังงานสะอาด การจ้างงานและเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำ ถิ่นฐานมนุษย์ การบริโภคและการผลิต สภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศทางบก สังคมสงบสุข ความร่วมมือพัฒนาที่ยั่งยืน