ดนตรี / วรรณากร

แวลลีย์ เป็นวงหนุ่มสาวจากแคนาดา มีด้วยกัน 4 คน ได้แก่ ร็อบ ลาสกา (ร้องนำ), ไมเคิล แบรนโดลิโน (กีตาร์), อเล็กซ์ ดิมอโร (เบส) และ คาราห์ เจมส์ (กลอง) มีผลงานมาแล้ว 5 ชุด เป็นสตูดิโออัลบั้ม 3 ชุด (Car Test, This Room Is White, Maybe) และอีพีอัลบั้มอีก 2 ชุดคือ sucks to see you doing better และ Last Birthday ซึ่งเป็นผลงานชุดล่าสุดนี้

พวกเขาไม่ใช่วงหน้าใหม่ (แวลลีย์ตั้งวงมาแล้ว 7 ปี และเคยได้รับรางวัลจูโน สาขา Breaktrhough Group of the Year ของแคนาดาเมื่อปี 2563) แต่ความสดใหม่ที่สัมผัสได้จากดนตรีของเขานั้นมีอยู่เต็มเปี่ยม

วงของสามหนุ่ม หนึ่งสาว โดนติดป้ายแนวดนตรีไว้ว่าเป็นวงอินดี้ป๊อป แต่จะเรียกว่าเป็นวงป๊อปไปเลยก็ได้ เพราะถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ทำเพลงแบบตามกระแส แต่เพลงของแวลลีย์ก็เข้าถึงง่าย ติดหูง่ายและทำให้คนชอบได้ง่าย อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของเพลงป๊อป

สาเหตุที่ยังรั้งไว้ให้เป็นวง “อินดี้” น่าจะเป็นเพราะโปรดักชั่นงานสร้างไม่ได้ยิ่งใหญ่ครบสูตร หรือทำเพลงโดยจับกระแสหลักเหมือนงานของศิลปินป๊อปแบบเต็มตัว

Last Birthday เป็นงานแบบอีพีอัลบั้ม เรียกให้เข้าใจง่ายหน่อยก็คือมินิอัลบั้ม มีอยู่ทั้งหมด 7 เพลง เป็นแนวป๊อป-ร็อกแบบอ่อน ๆ ใช้กีตาร์เป็นตัวนำ โดยมีความสดใส สะอาดสะอ้านของภาคดนตรีในภาพรวมเป็นจุดเด่นที่สำคัญ

สมาชิกวงแวลลีย์ให้คำอธิบายถึงอัลบั้มชุดนี้ว่าเป็นเรื่องของความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นความรักเชิงโรแมนติกของหนุ่มสาวหรือความรักแบบฉันมิตร เป็นความรักที่มีต่อคนสำคัญที่แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือใกล้ชิดกันนัก แต่คือคนที่เรารู้ว่าจะรักกันจนถึงวันสุดท้าย

ขณะที่ดูเหมือนว่าเพลง “Cure” จะได้รับการพูดถึงมากเป็นพิเศษ และถูกมองว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตของแวลลีย์ หากโดยส่วนตัวมองว่า “Can We Make It (Jim Carrey)” คือเพลงที่มีท่อนสร้อยติดหูคนฟังได้ไวกว่า เสียงเดินเบสนุ่ม ๆ กับเสียงประสานที่แอบอยู่ด้านหลังของคาราห์ทำให้เพลงมีความกลมกล่อมและฟังเพลิน

ยังไม่นับว่านี่เป็นเพลงที่น่าสนใจในแง่ของเนื้อร้องที่อ้างอิงมาจากหนังเรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของจิม แคร์รีย์เรื่อง Truman Show พูดถึงความยากลำบากในการยื่นมือไปหาคนที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ยังไม่อยากหรือไม่พร้อมที่จะยอมรับ

“Like 1999”, “SOCIETY” และ “Tempo” คือเพลงซิงเกิลที่ทางวงปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งสามมีจุดที่ดึงความสนใจคนฟังได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเนื้อร้อง ท่วงทำนองหรือจังหวะจะโคนที่สนุกสนานเช่นเดียวกับเพลงอื่น ๆ ของแวลลีย์ และนับว่าเป็นการปิดท้ายอัลบั้มที่หมดจดลงตัว

งานอย่าง Last Birthday ทำให้คนที่ไม่เคยฟังเพลงของแวลลีย์มาก่อนรู้สึกกระตือรือร้นที่จะกลับไปค้นหาผลงานก่อนหน้านี้ของพวกเขามาทดลองฟังดู

ไม่ใช่เพียงแง่มุมทางดนตรีที่ทำให้พวกเขาน่าติดตาม แต่ในแง่ของการเขียนเนื้อร้องนั้นก็มีมุมแปลก แวลลีย์รู้จักดึงมุมเล็ก ๆ ของชีวิตออกมาขยายความ แง่งามบางอย่างที่...ถ้านำมาพูดตรง ๆ อาจจะรู้สึกว่าเลี่ยนและเชย แต่พวกเขากลับทำให้รู้สึกว่ามีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น

และนั่นคือสิ่งที่ให้เพลงป๊อปใส ๆ ของพวกเขาห่างไกลจากความเป็นฟองสบู่สวย ๆ ที่ไร้ความคงทนโดยสิ้นเชิง

-----------
ขอบคุณภาพจาก ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค