วันที่ 21 ก.ย.59 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัฒนะชัย รองโฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีที่ผู้ต้องกักชาวอุยกูร์กว่า10คน เจาะฝ้าเพดานโรยตัวหลบหนี ออกห้องกักด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย โดยใช้วิธีดึงเหล็กดัดที่ติดตั้งบนฝ้าเพดาน ก่อนเจาะฝ้าเพดานให้ทะลุ แล้วฉีกเสื้อผ้ามัดเป็นปมโรยตัว ตัดลวดหนามบริเวณด้านหลังหลบหนีจำนวน 10 คน นายคีลิค มาฮัม , นายเซเกต บายบาร์ส , นายมุสตาฟา คาเมล , นายยูซุป อาลี , นายมะหมูด เยฮาล , นายอาหมัด ตูรัก นายยาร์มาโต้ มูตีดี , นายมูฮัมหมัด ยูซุป และ นายอับดุล มาห์มุด( ส่วนนายราชิต ฮัสฮิม ที่หลบหนี) ว่าเบื้องต้นทราบว่าที่ จ.หนองคาย มีฝนตกฟ้าคะนองเจ้าหน้าที่ประจำห้องกักตัว ไม่ได้ยินเสียงความผิดปกติที่เกิดขึ้น มาทราบในช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัว ได้หลบหนีออกไป คาดว่า ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุม อาจมีการเตรียมตัว หรือเตรียมการอะไรบางอย่าง ซึ่งตรงนี้ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุข้อเท็จ และตรวจสอบว่าใบเลื่อยเข้าไปอยู่ในห้องขังจริงหรือไม่อย่างไร เจ้าหน้าที่เวรมีความบกพร่องตรงไหน ใครต้องรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการรายงานต้องรอผลจากคณะกรรมการสืบสวน คาดว่าคงใช้เวลาประมาณ 30 วัน ส่วนตำรวจที่เข้าเวรยามวันนั้น เบื้องต้น ผบก.ตม.4ได้เรียกตัวมาช่วยราชการ ที่ บก.ตม.4 ตามคำสั่งของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 คำสั่งที่163/59
1.ร้อยตำรวจตรี สุรพล แย้มนวล รองสารวัตร อำนวยการตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดหนองคาย กองบังคับการตรวจเมืองตรวจคนเข้าเมือง 4 2.ร้อยตำรวจตรี วิฑูรย์กิจมงคลศักดิ์ รองสารวัตร
อำนวยการตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดหนองคาย กองบังคับการตรวจเมืองตรวจคนเข้าเมือง 4 3.ดาบตำรวจธีรวีร์ ฤทธิไกรเกียรติ ผู้บังคับหมู่ กองตรวจคนเข้ากรมตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย
เพื่อรอผลจากตรวจาอบต่อไป พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาการจราจร ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ ประชุมหน่วยงาน ต่างๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ได้ดำเนินการขับเคลื่อนแล้ว โดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดรูทีมออกประชาสัมพันธ์ทั้งหมด 21 เส้นทางมีรองผู้บังคับการ ในพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมรองผู้กำกับการ สารวัตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีตรวจสอบสภาพ การปัญหาการจราจรโดยเฉพาะ รถยนต์ที่ตกค้าง เราจะต้องมีตำรวจเจ้าหน้าที่จราจร เคลียร์เส้นทางส่วนรถที่จอดฝ่าฝืนกฎระเบียบ ต้องมีการจัด บังคับใช้กฎหมายควบคู่กันไป แล้วประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ การจราจรจะดีต้องขึ้นอยู่กับการวินัย ในการใช้ยวดยานพาหนะ ของผู้ขับขี่ด้วย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังบูรณาการหาหรือว่าเนื้อที่ส่วนไหนของถนนที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน อาจมีการตัดหัวเกาะ ตัดส่วนเว้าส่วนโค้ง เพื่อให้ระบบของการจราจรมีการไหลลื่น เช่นเดียวกันระบบของขนส่งมวลชนที่กำลังมีการก่อสร้าง ต้องมีการประสานงานเช่นกัน ในชั่วโมงเร่งด่วน
ยกตัวอย่างสถานี รถไฟ bts บางหว้า เป็นจุดลงและเป็นจุดสิ้นสุดขอตเขต ของฝั่งธนบุรี จะมีรถแท็กซี่รถ รถยนต์ส่วนบุคคล มารับผู้โดยสาร ตรงนี้เราจะดมกำลังมา จัดช่องการจราจร
ให้ชัดเจน แล้วตรงไหนที่เป็นจุดก่อสร้าง เราก็ไปประสานงาน เพื่อให้ขาช่วยขยับแท่งแบริเออร์ ในช่วงเวลาเร่งด่วนขอให้คืนพื้นที่ก่อน หลังจากนั้นจึงขยับกลับคืนเป็นการจัดระเบียบที่ดีขึ้นโดยลำดับ ยกตัวอย่าง ข้อมูลนั้นข้อมูลกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เก็บข้อมูลเป็นสถิติทุกวัน โดยมีกองบังคับการตำรวจจราจรหรือ บก. 02 มี records ทั้งหมดของตัวเลขที่ชัดเจนก็ถือว่า before เราจ้องดูก่นว่าตัวเลขอยู่ที่เท่าไหร่หลังจากที่เข้ามาดำเนินการเร่งรัดเพื่อเร่งระบายเส้นทางทั้งหมด 21 เส้น ทางไม่ใช่ทำเฉพาะในกรุงเทพ ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องประสานงานกับแนวรอยต่อในพื้นที่ภาค 1 ภาค 2 และภาค 7 ภาค 1 คือ นนทบุรี สมุทรปราการและภาค 7 นครปฐม และสมุทรสาคร ส่วนภาค 2 คือเส้นทางบางนาตราด ซึ่งเป็นหัวใจฝเรียกว่าเป็นท่อระบาย
เส้นใหญ่มาก ฉะนั้นเราจะต้อง contact กับพื้นที่แนวรอยต่อ
พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่าง เช่นถนนพระราม 4 ซึ่งอยู่ตรงใจกลางเมือง ไม่ว่าจะมาจากปทุมวันเหนือ หรือมาจากถนนเพชรบุรี เพื่อไปบรรจบขึ้นด่วนเพื่อออกไปทางบางนาตราด หรือจะใช้เส้นทางพระโขนง ออกสุขุมวิทตรงนี้รถจะสามารถเร็วขึ้น ถนนพระรามเก้าเช่นเดียวกันเมื่อทดลองครบ15 วันแล้วเราจะมา average เฉลี่ยดูว่าเส้นทางไหน ดีขึ้นเส้นทางไหนแย่ลง เพราะอะไรต้องมีคำตอบให้กับสื่อมวลชนทราบ 1 เดือนที่ผ่านมา สมมุติว่าเดือน 1เดือนที่ผ่านไปแล้ว ทุกเส้นทางจะมีความชัดเจนมากขึ้น ว่าเสถียร หรือดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ได้รับทราบว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ดำเนินการเร่งรัดกวดขันกันอย่างเต็มที่ พร้อมบูรณาการ
ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน