จากกรณีการเดินทางของ "หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโท" พระธุดงค์สายวัดป่าชื่อดัง วัย 72 ปี ซึ่งขณะนี้กำลังเดินเท้าเปล่าจากจังหวัดภูเก็ต เพื่อไปยังจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิด รวมระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีสาธุชนชาวพุทธเฝ้ารอถวายปัจจัย น้ำดื่มและสิ่งของต่าง ๆ ตลอดเส้นทางแต่หลวงตาปฏิเสธรับปัจจัย ส่วนของที่รับมาก็จะให้กับโรงเรียนและชาวบ้านที่เดือดร้อนในเส้นทางที่ธุดงค์ผ่าน

ความคืบหน้าในเมื่อคืนวันที่ 20 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นที่ 40 ในการเดินทางของหลวงตาบุญชื่น โดยได้หลวงตาและคณะลูกศิษย์ ได้แวะนอนพักค้างคืนที่วัดสำเภาทอง ต.บางตะเคียน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยช่วงหัวค่ำได้มีญาติโยมพุทธสานิกชน ที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงตา ทราบข่าวว่าหลวงตาแวะพักค้างคืนที่วัดสำเภาทอง ต่างพากันมากราบขอพรขอบารมีหลวงตา และรับฟังการเทศนาหลวงตากันจำนวนมาก

และช่วงเวลา 05.40 น.วันที่ 21 ธันวาคม หลวงตาบุญชื่น ได้ออกรับบิณฑบาตโปรดญาติโยมสาธุชนที่มีศรัทธา หลายร้อยคนต่างพาครอบครัวลูกหลานลูกเล็กเด็กแดง นำสิ่งของน้ำดื่ม ต่างๆมารอใส่บาตรกันที่บริเวณลานวัด โดยมีพระสงฆ์วัดสำเภาทอง ร่วมรับบิณฑบาตด้วยหลังจากนั้นหลวงตาได้ฉันภัตตาหารเช้าร่วมกับพระสงฆ์วัดสำเภาทอง จากนั้นเวลา 06.57 น.หลวงตาบุญชื่น พร้อมคณะลูกศิษย์ได้เริ่มออกเดินทางด้วยเท้าเปล่า ไปตามเส้นทางบางบางสาม-บางปลาม้า ผ่าน วัดบ้านกุ่ม บางแม่หม้าย บางใหญ่ ผ่านตลาดคอวัง ตำบลบ้านแหลม ก่อนจะเลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดสวนหงส์ ตำบลบางปลาม้า เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างทางที่หลวงตาบุญชื่น เดินผ่าน สาธุชนที่ทราบข่าวต่างพาครอบครัวมารอถวายการต้อนรับพร้อมนำดอกดาวเรืองมาโรยบริเวณทางเท้า เพื่อให้หลวงตาเดิน และนำสิ่งของมาถวายทั้งน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงร่างกาย หน้ากากอนามัย และผ้าตรัย บางคนพาครอบครัวขับรถเดินทางมาจากกรุงเทพ มาจอดรอพร้อมใช้ผ้าขาวม้าผูกหน้ารถและถือปลายผ้าขาวม้าเอาไว้รอให้หลวงตาเคาะหัวเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากการสอบถามชาวบ้านที่มาถวายการต้อนรับหลวงตาบุญชื่น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาด้วยความศรัทธา หลวงตาจริงๆรู้สึกดีใจมาก นับเป็นบุญที่มีโอกาสได้กราบหลวงตา พร้อมกันนี้ก็ให้หลวงตาเคาะหัวให้เพื่อความเป็นสิริมงคล กันตลอดเส้นทางทั้งที่เป็นทางเปลี่ยวแต่ก็ยังมีชาวบ้านที่ขับรถผ่าน ต่างพากันจอดรอคนที่มารอถวายการต้อนรับหลวงตาบุญชื่นวันนี้มีทั้งคนแก่อายุเกือบ 100 ปีไปจนถึงเด็กเล็กอายุไม่กี่เดือน โดยเฉพาะชาวบ้านตำบลบ้านแหลม เมื่อรู้ว่าหลวงตา จะเดินผ่านหน้าบ้านของตนต่างพากันปัดกวาดทำความสะอาดบริเวณถนนหน้าบ้าน เพื่อไม่ให้มีเศษหิน บนทางเดินเพื่อหลวงตาจะได้ไม่เดินเหยียบและจะได้ไม่เจ็บเท้า