วันที่ 22 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ประธีป กัณชาติ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน บริเวณจุดกลับรถสี่แยกหน้าโรงเรียนอรุณวิทยา หมู่ที่ 4 ต.แเสงอรุณ จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนเพชรเกษม ขาขึ้น กทม.พบรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ด้านหลังเป็นตู้ทึบ ทะเบียน บล 9244 ฉะเชิงเทรา พลิกคว่ำอยู่บนถนน มีนายเจษฎา สุดแสน อายุ 32 ปี ชาว อ.ทับสะแก เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ใกล้กันบนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ พบรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 33-4312 กทม ถูกชนท้ายได้รับความเสียหาย มีนายแตง โพธิ์มณี อายุ36 ปี เป็นคนขับ อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 7 ต.นรสิงห์ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ห่างออก 10 เมตร พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ทะเบียน นข 3415 เพชรบุรี มีนายสมพิศ เปี่ยมเกิด อายุ 53 ปี เป็นคนขับ อยู่บ้านเลขที่ 84/15 หมู่ 2 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย

หลังเกิดเหตุปรากฏว่ามีแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมากที่โดยสารมากับรถตู้ 2 คัน เปิดประตูรถตู้พร้อมหอบหิ้วสัมภาระวิ่งหลบหนีจ้าละหวั่น เข้าไปในซอยลงชายหาดสุรินทร์ ริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้โดยหลบซ่อนตัวในสวนมะพร้าวใกล้สระน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถ.ห้วยยาง ที่ไปรักษาความสงบเรียบร้อยในการประชุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ด้านหน้าซอยลงชายหาด เห็นเหตุการณ์จึงวิทยุเรียกขอกำลังเสริม จากนั้นพร้อมกำนันตำบลแสงอรุณ ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. เข้าค้นหาพร้อมควบคุมตัวแรนงงานเมียนมาร์ 23 คน พร้อมคนขับรถคนไทย 2 คน ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยชุด เอทีเค ผลตรวจเป็นลบ จึงส่งดำเนินคดีที่ สภ.ห้วยยาง

สอบสวนทราบว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมด มาจาก จ.ระนอง จะเดินทางไปทำงานที่โรงงานใน จ.สมุทรปราการ แต่ระหว่างเดินทางไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำด่านความมั่นคงที่ จ.ระนองและ จ.ชุมพร เรียกตรวจ โดยอ้างว่านายทุนใหญ่มีการเคลียร์เส้นทางแล้ว เช่นเดียวกับเส้นทางผ่านที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเกิดเหตุรถตู้ทั้ง 2คันขณะขับมาถึงจุดกลับรถหน้าโรงเรียนอรุณวิทยา คนขับได้ขับเปลี่ยนเลนกะทันกัน เพื่อเลี้ยวขวาเข้าซอยหลบด่านตรวจห้วยยาง จากนั้นใช้เส้นทางสายรองเพื่อไปขึ้นถนนถนนเพชรเกษมอีกครั้ง ที่จุดกลับรถน้ำตกสาย 2 ต.ห้วยยาง แต่จากการที่รถตู้เปลี่ยนเลนตัดหน้ารถกระบะทำให้เกิดการเฉี่ยวชน เป็นเหตุให้แรงงานเมียนมาร์ต้องวิ่งหลบหนีกระทั่งถูกจับกุม

ขณะที่คนขับรถตู้สารภาพว่าชำนาญเส้นทางเลี่ยงด่านเป็นอย่างดี แต่จากการสอบถามชาวบ้านในซอยดังกล่าวแจ้งว่าที่ผ่านมามีรถตู้โดยสารจำนวนมากใช้เส้นทางเลี่ยงด่านอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงทั้งขาเข้า กทม.และขาล่องใต้ โดยไม่มีหน่วยงานใดตั้งด่านตรวจแต่อย่างใด บางครั้งมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งกายคลายเจ้าหน้าที่ของรัฐขับสำรวจเส้นทางล่วงหน้า