เมื่อเวลา 06.40 น.ของวันที่ 20 พ.ย.64 ร้อยตำรวจเอก ดนัยเดช กรรณาริก พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานปั่นเสือภูเขา บนถนนพยาพิชัยดาบหัก เส้นทางเข้าโรงพยาบาลอานันทมหิดล หน้าหมู่บ้านบานเย็น ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี มีผู้เสียชีวิต หลังจากรับแจ้งจึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูลพบุรี ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน วิ่งสวนทาง ไม่มีเกาะกลาง บริเวณริมถนนด้านซ้ายพบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือร้อยตรี สมบัติ ทองดี อายุ 54 ปี นายทหารนอกราชการ อยู่ในชุดปั่นจักรยานสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ไหล่ทางสภาพหนังศีรษะเปิดเห็นกะโหลก ตรวจสอบจุดใกล้ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานเสือภูเขา สีดำ ของผู้เสียชีวิตสภาพถูกชนด้านท้ายยุบไปครึ่งดันตกลงไปในร่องน้ำข้างถนน ในจุดเกิดเหตุยังพบ หมวก ถุงมือ และรองเท้า เศษอะไหล่รถคู่กรณี ตกกระจายเต็มถนน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุได้มีลูกสาวและญาติของผู้เสียชีวิตมาถึงที่เกิดเมื่อรู้ว่าเป็นพ่อของตนเองก็ร้องไห้โฮโผเข้าไปกอดศพร่ำไห้แถบหายใจด้วยความเสียใจและกล่าวตัดพ้อว่าทำไม่ขับรถชนพ่อแรงถึงขนาดมันสมองเปิดเลย เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องคอยพูดปลอมใจให้ตั้งสติ

ห่างออกไปอีกประมาณ 200 เมตร พบรถยนต์คู่กรณี รถยนต์เก๋งยี่ห้อ ซูบารุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 กม – 1849 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทางสภาพด้านหน้าซ้ายมีร่องรอยการชนเสียหายทั้งแถบกระจกหน้าด้านซ้ายแตกทะลุมีเศษมันสมองติดอยู่ มีนายวรพงษํ วนาพรม 31ปี เป็นคนขับรถเก๋งซูบารุ คู่กรณี ยืนรอพบพนักงานสอบสวน ในจุดเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นนายทหารหมอนอกราชการได้ออกมาปั่นจักรยานเสือภูเขาตามเส้นทางนี้เป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลาเช้ามืดก่อนเกิดเหตุก็ได้ปั่นจักรยานเสือภูเขาออกมาปั่นออกกำลังกาย เมื่อมาถึงที่เกิดก็ถูกรถเก๋งของนายวรพงษ์ ที่กำลังขับตามหลังมาเลนซ้ายสุดพุ่งชนเข้าท้ายจักรยานอย่างแรงจนร่างกระเด็นขึ้นมาหน้ารถก่อนตกลงพื้นถนนเสียชีวิตทันที โดยนายวรพงษ์ บอกว่าขับรถไปส่งภรรยาไปทำงานในตัวเมืองลพบุรี ขณะกำลังขับรถกลับบ้านเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุในขณะที่กำลังเช้าและตนเองมองไม่เห็นรถจักรยานของผู้เสียชีวิตที่ปั่นอยู่รู้ตัวอีกทีตอนชน จึงได้พยายามบังคับรถจอดข้างทางแล้วเดินย้อนมาดูจึงรู้ว่าชนรถจักรยานปั่นและมีคนเสียชีวิตจึงยืนรอพบเจ้าหน้าที่

หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและบันทึกภาพในจุดเกิดเหตุแล้วก็ได้มอบร่างของผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชก่อนมอบศพให้กับทางญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ส่วนคนขับรถเก๋งคู่กรณีพนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองลพบุรี ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป