ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตาม ด้วยเป็นความคืบหน้าของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) (แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13) และกรอบแนวคิดของการขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13

ซึ่งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสศช. ได้รายงานว่า ปัจจุบัน สศช. อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อ (ร่าง) แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ซึ่งจะมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564 จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะรัฐมนตรีต่อไป ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทั้งนี้สาระสำคัญของ (ร่าง) แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ประกอบด้วย

1.1 บทบาท ความสำคัญ และสถานะ โดยที่แผนพัฒนาฯ เป็นแผนระดับที่ 2 ซึ่งเป็นกลไกในการถ่ายทอดยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ ทำหน้าที่ระบุทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาที่ประเทศควรให้ความสำคัญในระยะ 5 ปี ดังนั้น จึงได้มีการปรับเปลี่ยนกรอบการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาฯ (ฉบับที่ 13) ให้ครอบคลุมเฉพาะประเด็นการพัฒนาประเทศที่มีความสำคัญสูง ทั้งนี้ ประเด็นการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งไม่ได้ระบุไว้ใน (ร่าง) แผนพัฒนาฯ (ฉบับที่ 13) จะดำเนินการขับเคลื่อนผ่านแผนระดับ 2 ฉบับอื่นต่อไป

1.2 หลักการและแนวคิด 4 ประการ ได้แก่ (1) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2) แนวคิด "ล้มแล้วลุกไว" (Resilience) มุ่งเน้นการลดความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลง และการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน (3) เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ และ(4) โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio - Circular -Green Economy: BCG) นอกจากนี้ยังได้คำนึงถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของบริบทในระดับประเทศและระดับโลกในระยะยาวอันเป็นผลสืบเนื่องจากโควิด - 19

1.3 วัตถุประสงค์และเป้าหมาย เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย (ไทย) สู่ "สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน" โดยมีเป้าหมายหลักที่ต้องการบรรลุผล 5 ประการ สรุปได้ ดังนี้

2. กรอบแนวคิดของการขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ใช้หลักการของวงจรบริหารงานคุณภาพ (Plan-Do-Check-Act: PDCA) ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีสาระสำคัญ สรุปได้ ดังนี้

2.1 การขับเคลื่อน (Do) ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ (1) การขับเคลื่อนแบบบนลงล่าง (Top down) โดยการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ที่มีองค์ประกอบครอบคลุมภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการและสร้างความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการผลักดันให้การดำเนินงานสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 และ (2) การขับเคลื่อนแบบล่างขึ้นบน (Bottom up) ผ่านการจัดทำแผนพัฒนาภาค และจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ที่มีการถ่ายระดับเป้าหมายการพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยพิจารณาให้มีความสอดคล้องกับศักยภาพ ความต้องการและทรัพยากรของพื้นที่ รวมถึงเป็นไปตามนโยบาย หลักเกณฑ์ และแนวทาง ตามที่คณะกรรมการบูรณาการนโยบายภาคและคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการกำหนด

2.2 การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล (Check) ใช้กลไกการทำงานที่มีอยู่ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวข้องกับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เช่น ผู้ตรวจราชการ คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ สศช. และ สงป.

2.3 การปรับปรุงการดำเนินงานตามผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล (Act) หน่วยงานและกลไกที่เกี่ยวข้องนำผลการติดตามฯ ไปวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อกำหนดมาตรการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานให้มุ่งสู่เป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นับถอยหลังร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ที่ใกล้คลอดออกมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไทยต้องฝ่ากับดักโควิด ที่ปัญหาเศรษฐกิจว่าสาหัสแล้ว ปัญหาสังคมก็ป่วยไข้ไม่แพ้กัน จึงได้แต่วาดหวังว่า หากเดินไปตามแผนใน 4 ปีข้างหน้าโฉมหน้าประเทศไทยจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น