เทศกาลลอยกระทงปีนี้ รัฐบาลอนุญาตให้มีการจัดงานใหญ่ครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” สอดรับกับนโยบายเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ภายใต้มาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แม้ประชาชนส่วนใหญ่จากการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพลจะยังกังวลว่าจะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ก็ตาม

ทั้งนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้คำจำกัดความคำว่า

“ลอยกระทงวิถีใหม่” หมายถึง การดำเนินการจัดงานตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา ของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงวัฒนธรรมขณะเดียวกันก็คำนึงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงประเพณีลอยกระทง และการบังคับใช้อย่างเคร่งครัตรวมถึงการรักษาความปลอดภัยในต้านอื่นๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนคำว่า “สืบสานวัฒนธรรมไทย” หมายถึง การอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีสอยกระทงที่ทรงคุณค่า สาระอันดีงาม และการปฏิบัติตามแบบของประเพผีวัฒนธรรมที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนถึงการแสดงออกที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาหร มีน้ำใจไมตรีให้แก่กันและกัน และบรรยากาศแห่งการแสดงความกตัญญูต่อ “น้ำ” และการแสดงออกต่อพระพุทรศาสนา ต่อทระแม่คงคา แม่น้ำ ลำคลอง ส่งต่อครอบครัว ต่อชุมชน ต่อสังคม โดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาประดิษฐ์กระทง ซึ่งง่ายต่อการย่อยสลายและเป็นมิตรต่อแม่น้ำลำคลอง ลดการใช้โฟม เพื่อดำรงประเพณีลอยกระทงซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป

อย่างไรก็ตาม นอกจากสถานการณ์โควิดช่วงท้ายปี จะเป็นเดิมพันสำคัญในการเปิดประเทศแล้ว บรรยากาศทางการเมืองก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูประเทศ การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและมวลชนที่ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 ทั้งในและนอกสภาฯ เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าจะเป็นชนวนระเบิดทางการเมือง แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้แกนนำคณะราษฎรและองค์กรเครือข่ายเคลื่อนไหวในลักษณะที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง แต่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะทำให้สถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางใด

ได้แต่หวังให้ความขัดแย้งต่างๆ ไม่สั่งสมฝังรากลึก และลอยไปพร้อมกับกระทง เพื่อที่ไทยจะได้ร่วมมือร่วมใจกันเดินหน้าพัฒนาประเทศ เพื่อให้รอดพ้นกับดักวิกฤติ