นับเป็นนโยบายที่มีเสียงขานรับมากในหมู่นักศึกษา จากกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) มีมติยกเลิกการกำหนดเวลาเรียนปริญญาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับ เพื่อตอบโจทย์การเรียนของนักศึกษา ยกเลิกการกำหนดเวลาเรียนปริญญาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับ เป็นไปตามนโยบายของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการกำหนดระบะเวลาสำเร็จการศึกษาแบบเดิม ระดับปริญญาตรี 4 ปี ไม่เกิน 8 ปี ปริญญาโท 2 ปี ไม่เกิน 5 ปี ปริญญาเอก 3 ปี ไม่เกิน 6 ปี

ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ทุกวันนี้โลกเปลี่ยน เทคโนโลยี สังคม ที่เราจะพัฒนาคน ก็เปลี่ยนไป เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning ซึ่งการกำหนดรยะเวลา ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาคน เพราะระหว่างเรียนเด็กอาจไปทำงาน หรือหาประสบการณ์ต่างๆข้างนอกห้องเรียน ตามความจริงการเรียนปัจจุบัน ต้องออกไปทำงาน ทำภาคเอกชน เดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์เพื่อเรียนรู้ตัวเองและกลับมาเรียนหนังสือก็จะได้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจำกัดการศึกษาด้วยเวลา

ทว่า การรีไทร์หากเรียนไปแล้วแต่ผลการเรียนไม่ถึงเงื่อนไขยังคงอยู่ แต่หากเรียนได้ผลการเรียนดี เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดก็สามารถเรียนต่อได้ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการปลดล็อกจากกระทรวง โดยเราไม่มีกรอบของเวลา ซึ่งมหาวิทยาลัยก็สามารถกำหนดเงื่อนไขของตัวเองได้ อย่างไรก็ตามในอนาคต กมอ. ได้มีการวางหลักเกณฑ์ไว้ว่าปริญญาตรีอาจจะสามารถเรียนจบได้ภายใน 2 ปี แต่ยังติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ซึ่งต้องมีกฎกระทรวงมาตรฐานอุดมศึกษา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา ถือได้ว่ากระทรวง อว.จะปลดล็อกทั้งบนและล่าง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาที่หลากหลายสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก รีบเรียนรีบจบแล้วไปเรียนอย่างอื่นเป็นการเฉพาะทางเพิ่มเติม มีสิทธิเลือกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะว่าหากจะให้ตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต น่าจะต้องขยายกำหนดอายุของผู้ที่จะเข้ารับการศีกษาในระดับปริญญาตรีด้วย โดยยกเลิกเกณฑ์อายุการรับนักศึกษาที่กำหนดให้ไม่เกิน 25 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่พร้อมเข้ารับการศึกษาในช่วงอายุดังกล่าวได้เข้ารับการศึกษาเมื่อพร้อม ขณะเดียวกันก็มีความกังวลกรณีกลุ่มที่ไม่สามรถพึ่งพาตนเองได้จะเป็นภาระของผู้ปกครองเป็นเวลานาน

กระนั้น บวกลบคูณหารแล้ว ผลดีของนโยบายนี้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของคนรุ่นใหม่ และกลุ่มบุคคลตต่างๆ เพราะสถาบันอุดมศึกษาควรเป็นตลาดวิชาที่ไม่จำกัด เพื่อเป้าหมายหลักในการพัฒนาคน ต่อยอดไปสู่การพัฒนาประเทศ