ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 0.7% ส่วนในปี 2565 ขยายตัวได้ 3.9% โดยแม้ในไตรมาส 3/64 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาด และการส่งออกที่ชะลอลงกว่าคาด แต่พัฒนาการด้านวัคซีนที่ดีขึ้นชัดเจน และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เร็วกว่าคาด จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น และการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่เหลือของปี 2564

ในรายงานประเมินว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 ของปีนี้ และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่เลื่อนมาจากช่วงก่อนหน้า (pent-up demand) ในช่วงที่เหลือของปี 2564 จากพัฒนาการด้านวัคซีนที่ปรับดีขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เร็วกว่าคาด ซึ่งส่งผลให้ประมาณการเศรษฐกิจใกล้เคียงกับการประเมินครั้งก่อน แม้การส่งออกชะลอลง

อย่างไรก็ตาม ในรายงานตั้งข้อสังเกตการฟื้นตัวในแต่ละภาคเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันมากขึ้น (uneven recovery) ทำให้ตลาดแรงงานยังเปราะบาง โดยประเมินว่าจำนวนผู้ว่างงานและผู้เสมือนว่างงาน ณ สิ้นปี 2564 จะอยู่ที่ 3.4 ล้านคน โดยเฉพาะภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งสะท้อนจากจำนวนลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่ขอรับสิทธิทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงเห็นสัญญาณแรงงานเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาสูงขึ้นต่อเนื่อง ภาครัฐจึงควรดูแลภาคเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในจุดที่เปราะบางอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวหลังการระบาดสิ้นสุดลง (scarring effects)

ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตัวเลขของสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่เดือนม.ค-ก.ย. มีผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพียง 665,129 รายเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันมีผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากถึง 778,125 คน เห็นได้ว่ามีผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบมากกว่าออกสูงถึง 112,996 ราย ขณะเดียวกันสอดคล้องกับตัวเลขดัชนีชี้วัดสัญญาณเตือนภัยการว่างงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สถานการณ์การว่างงานไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่คิด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจมีมาตรการต่างๆ ในการส่งเสริมการจ้างงาน โดยจะมีโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอี โดยโครงการดังกล่าวนายจ้างจะต้องรักษาระดับการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 กรณีที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากยอดการจ้างงาน ณ วันเริ่มโครงการจะได้รับเงินอุดหนุนตามจำนวนการจ้างงานจริง เป้าหมายดำเนินการในสถานประกอบการจำนวน 394,621 แห่ง ลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวน 4,034,590 คน ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะนำเสนอครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันอังคารที่ 19 ต.ค.นี้

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวในการเป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร สำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลา ระบุว่า กรมการจัดหางานหาตำแหน่งงานให้กับผู้ว่างงาน ข้อมูลทั้งประเทศ รวบรวมตำแหน่งงานว่างได้ประมาณ 222,000 อัตรา เพื่อเตรียมให้กับภาคธุรกิจเพื่อรองรับการเปิดประเทศ เช่น ภาคการท่องเที่ยว ภาคการอุตสาหกรรม ภาคการเดินทาง

กระนั้น เราคาดหวังว่าเมื่อไทยเดินหน้าเปิดประเทศแล้ว จะช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานได้ แม้ยังมีความไม่แน่นอน และต้องระมัดระวังไม่ให้กลับมาระบาดซ้ำอย่างรุนแรง