ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้ส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่สหกรณ์ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรรายย่อย มาสู่การรวมกลุ่มที่สามารถใช้เครื่องมือเครื่องจักรกลมาช่วยในการผลิต เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น มีความสามารถในการจัดการ การผลิต ทำให้คุณภาพสินค้าได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน สามารถเข้าถึงการตลาดและมีอำนาจต่อรองทางการตลาดสูงขึ้น และเห็นว่าการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ผ่านระบบสหกรณ์ที่มีการรวมกลุ่มและมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการ จะทำให้การดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ประสบความสำเร็จและสัมฤทธิ์ผล กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนองนโยบายดังกล่าว โดยสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มทำการผลิต มีการบริหารจัดการร่วมกัน และรวมกันจำหน่ายโดยวิธีการสหกรณ์ ส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ให้มีตลาดรองรับภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนตั้งแต่การผลิตถึงการตลาด ซึ่งปี 2560 ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ดำเนินการแนะนำส่งเสริมการรวมกลุ่มโดยใช้วิธีการสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง 596 แปลง จากเป้าหมาย 600 แปลง ใน 76 จังหวัด โดยอบรมให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการในรูปแบบสหกรณ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งในพื้นที่แปลงใหญ่ จัดประชุมเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายทำแผนธุรกิจและจัดหาตลาดร่วมกันระหว่างภาครัฐ เกษตรกร สหกรณ์ และผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับ สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตกระบุรี จำกัด ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (กาแฟ) ธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสหกรณ์ คือ การผลิตสารกาแฟคุณภาพ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559 จากแนวคิด “กาแฟดีที่ระนอง” ปรับเปลี่ยนกระบวนคิดของสมาชิก กระบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การตาก การสีกาแฟ จนได้เม็ดกาแฟสารคุณภาพ ปัจจุบันสมาชิกเห็นความสำคัญของการผลิตกาแฟสารคุณภาพ โดยความร่วมมือของสมาชิกสหกรณ์ หน่วยงานภาครัฐ โดยในปีฤดูกาลผลิต 2560/2561 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนับสนุนอุปกรณ์การผลิต ได้แก่ เครื่องสีกาแฟสด เครื่องสีกาแฟกะลา เครื่องสลัดเมือก และเครื่องวัดความชื้น มูลค่า 36,800 บาท ให้กับสหกรณ์ฯ เพื่อใช้ในการผลิตกาแฟสารคุณภาพ แต่เนื่องจาก เกษตรกรสมาชิกในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ต้องประสบปัญหาเรื่องแรงงานที่หายากและมีราคาสูง ในการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟ จึงได้รวมกลุ่มเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 50 คน พื้นที่ปลูกกาแฟ 1,156 ไร่ และทางสหกรณ์ฯ ได้คิดกิจกรรมลงแขกเก็บผลผลิตกาแฟขึ้น โดยกาแฟไร่เกษตรกรสมาชิกคนใดสุกได้ที่พร้อมเก็บ ก็จะรวมตัวกันไปเก็บผลผลิตกาแฟหมุนเวียนกันไปจนครบทุกคน รวมทั้ง มีการกำหนดขั้นตอนการตากการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพ เช่น ขั้นตอนการทำความสะอาด ขั้นตอนการคัดเมล็ดที่ได้คุณภาพสูง และขั้นตอนการตากที่สะอาด ทำให้ผู้ที่มารับซื้อให้ราคาสูงกว่าพื้นที่อื่น ซึ่งราคาเมล็ดกาแฟปกติที่รับซื้อจากเกษตรกรในจังหวัดระนองจะตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 70-75 บาท แต่เมล็ดกาแฟที่ผลิตจากพื้นที่แห่งนี้สามารถจำหน่ายได้ในราคา 150 บาทต่อ 1 กิโลกรัม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อผลผลิต อีกทั้งการร่วมมือกันทำงานทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องแรงงานที่จะต้องจ้างมาเก็บเกี่ยวเช่นในอดีต ทั้งนี้ นายกฤษฎา จันทน์แดง สหกรณ์จังหวัดระนอง ได้ให้ข้อมูลว่า ปีงบประมาณ 2561 จังหวัดระนอง มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทั้งหมด 20 แปลง สมาชิก 980 ราย ประกอบด้วย กาแฟ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มังคุด มะม่วงหิมพานต์ โคเนื้อ และผึ้งโพรง ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระนอง ได้ดำเนินการส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อบริหารจัดการพื้นที่การผลิตแบบแปลงใหญ่ โดยมีการให้ความรู้การรวมกลุ่ม การกำหนดโครงสร้างและวางระบบการบริหารจัดการกลุ่มและแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อเข้ามาบริหารงานในพื้นที่แปลงใหญ่ ส่งเสริมให้สมาชิกรวมกันผลิต บริหารจัดการการใช้ปัจจัยการผลิตและเครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตร่วมกัน ซึ่งจะช่วยในการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมด้านการตลาด หลังจากเกษตรกรรวมกลุ่มกันผลิตในรูปของเกษตรแปลงใหญ่โดยมีการประเมินวิเคราะห์สภาพตลาดและผลผลิตในพื้นที่เพื่อประกอบการจัดทำแผนการตลาด การประชุมเพื่อวางแผนการผลิตและการตลาด การส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกันขายผลผลิตเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดร่วมกัน รวมถึงการจัดทำข้อตกลงซื้อขายผลผลิตในพื้นที่แปลงใหญ่กับคู่ค้าภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีแปลงใหญ่ที่ส่งเสริมผ่านระบบสหกรณ์ จำนวน 2 แปลง คือ แปลงใหญ่มะม่วงหิมพานต์ ของกลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะพยาม และแปลงกาแฟ ของสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตกระบุรี จำกัด