วันนี้ (14 ต.ค.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท., พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ณรงค์ เทศน์วิบูลย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล รอง ผบก.ปคม. ,พ.ต.อ.อดิศร สุวรรณรักษ์ ผกก.6 บก.ปคม., พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.นภสินธุ์ ภูมี รอง ผกก.6 บก.ปคม., พ.ต.ท.เผ่าภูมิ สมหมาย รอง ผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ปคม., พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ปคม., พ.ต.ต.ศราวุธ อยู่สบาย สว.กก.6 บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. ได้ทำการจับกุมกลุ่มผู้ร่วมขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ โดยสามารถจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และผู้ที่สมคบกันกระทำความผิดคนหนึ่งคนใดได้ลงมือกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตามที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี โดยใช้อุบายหลอกลวง ไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้น จะได้กระทำภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายหรือขู่เข็ญด้วยประการใดๆ เพื่อข่มขืนใจให้ผู้อื่นนั้นกระทำการค้าประเวณี, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” ความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6,10 ประกอบมาตรา 52 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9,12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 283,310 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.64 เวลา 06.00 น.

โดยการจ้บกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคม. ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากประชาชนว่ามีขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ โดยชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำงานนวดสปาที่ประเทศบาห์เรน อ้างว่าได้ค่าแรง 50,000 - 70,000 บาท ต่อเดือน ต่อมาเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ กลุ่มคนร้ายจะพาผู้เสียหายไปทำหนังสือเดินทางและจองตั๋วเครื่องบิน โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงประเทศบาห์เรน กลุ่มคนร้ายจะกักขังผู้เสียหายให้อยู่แต่ภายในห้องพัก บังคับให้ขายบริการทางเพศ และมีการรับ-ส่ง พาผู้เสียหายไปขายบริการทางเพศยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งต่อมาทางผู้เสียหายได้มีการติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานขอความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายและพากลับมายังประเทศไทยได้ในที่สุด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. จึงได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว จนกระทั่งทราบตัวกลุ่มคนร้าย โดยพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 5 คน ซึ่งกระทำการในลักษณะที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว
โดยในวันที่ 14 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้นำหมายค้นเข้าค้นบ้านพักของ น.ส.เอฯ (หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ) ที่ ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยสามารถจับกุม น.ส.เอฯ พร้อมกับตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด นำส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การภาคเสธ

สำหรับในส่วนของผู้ต้องหารายอื่น ๆ ที่ยังหลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. ได้ดำเนินการขอยกเลิกหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาที่ 2-5 ต่ออธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งดำเนินการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดรายอื่น ๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บก.ปคม. จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน สำหรับการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลตำแหน่งงาน ลักษณะงาน และสมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมาย และขอให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิที่พึงมีตามกฎหมาย และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว ยังสามารถทำงาน อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ต้องหลบซ่อน รวมทั้งป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์อีกด้วย ในส่วนของ ผู้ที่แอบอ้างเป็นนายหน้าหลอกลวงให้ผู้อื่นไปทำงานต่างประเทศ การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญา

สุดท้ายนี้หากประชาชนท่านใดมีเบาะแส หรือได้รับความเดือนร้อน จากการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาได้ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ชั้นที่ 4 ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ หรือเพจเฟสบุ๊ค กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์