11 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา บิ๊กตู่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ยืนยัน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางทางอากาศจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เริ่ม 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

แม้จะเป็นการประกาศเปิดประเทศที่ต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมออกไป จากวันที่ 15 ตุลาคมนี้ไปเป็นวันที่1 พฤศจิกายน ท่ามเสียงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก ฝ่ายการเมือง ว่า สถิติตัวเลขผู้ที่ได้รับวัคซีน ยังไม่ครอบคลุมมากพอก็ตาม แต่หากพิจารณาจาก ถ้อยแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ยืนยันว่า แม้รู้ว่าเสี่ยง แต่จำเป็นต้องทำ

ผมรู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้มีความเสี่ยง ที่เกือบจะแน่นอนเลยว่า เมื่อเราเริ่มต้นการผ่อนคลายต่างๆ จะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เป็นการชั่วคราว ซึ่งเราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินดูว่า เราจะรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร

เราต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ เพราะถ้าเราต้องเสียโอกาส ในช่วงเวลาทอง ของการทำมาหากินไปอีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ผมคิดว่าประชาชนคงรับมือไม่ไหวอีกต่อไป บางส่วน บางตอนจากการแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งล่าสุด

อย่างไรก็ดี เมื่อมีความชัดเจนจากรัฐบาลว่าด้วยการเปิดประเทศ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส โดย นำร่อง 10จังหวัด ทั้งนี้หลายภาคส่วนได้ออกมาขานรับ ทั้งฝ่ายความมั่นคงที่ต้องประสานกับหน่วยงาน

สาธารณสุขและ ฝ่ายปกครอง ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายคนเกิดความมั่นใจว่า เศรษฐกิจ จะสามารถฟื้นกลับมาได้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีไปจนถึง ไตรมาสแรกต้นปีหน้า เมื่อสภาวะการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ดีขึ้น มีทิศทางที่เป็นบวก มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา แน่นอนว่าด้วยปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็น เงื่อนไข อันสำคัญ ต่อรัฐบาลและต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองที่จะส่งผลทั้งในแง่ การบริหาร ควบคู่ไปกับ การเมือง ไปโดยปริยาย

เพราะอย่าลืมว่า ปัญหาการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ ของรัฐบาลนั้นถูกโจมตีมาโดยตลอด ทั้งในแง่ตัวบุคคล ไปจนถึงการออกมาตรการและโครงการต่างๆว่าไม่ตอบโจทย์ต่อปัญหา จนทำให้ ภาพของพล.อ.ประยุทธ์ เกิดจุดอ่อนในแง่เศรษฐกิจส่งผลให้ ฝ่ายตรงข้าม หยิบยกประเด็นดังกล่าวเพื่อสรรหา มือเศรษฐกิจ ที่มีความพร้อม มีความโดดเด่นขึ้นมาเทียบเคียงพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ดังนั้นการเปิดประเทศของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ โดยวางหมุดเอาไว้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จึงถือว่าเป็นหนึ่วในภารกิจทั้งในฐานะ ผู้นำฝ่ายบริหาร และเร่งมือทำแต้ม ชิงกระแส ล่วงหน้า บรรดาแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคคู่แข่ง พรรคอื่นไปอย่างเนียน ๆ