“เมื่อยามน้ำหลากมา ทำให้นึกถึง และคิดถึงพระองค์ท่าน บนสรวงสวรรค์ ต่อไปนี้จะไม่ได้ยิน พระสุรเสียง สั่งการ ทางวิทยุ ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าช่วยเหลือ พสกนิกรของพระองค์ ที่กำลังเดือดร้อน จะมีพระมหากษัตริย์ประเทศไหนบ้างละ ที่จะทำแบบนี้ เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์เข็ญของราษฎร ที่กำลังยากลำบาก ?จากน้ำหลาก น้ำท่วมบ้านเรือน” ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก

ม.จ.จุลเจิม ยุคล พูดแทนใจพสกนิกรชาวไทย ที่ยังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านน้ำ ทรงให้ความสำคัญเพราะ “น้ำคือชีวิต” ของประชาชน ในการช่วยเหลือให้ประชาชนมีน้ำไว้ในการบริโภคอุปโภคและเพื่อการเกษตรตลอดทั้งปี ในขณะเดียวกันก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและความเสียหายในช่วงน้ำหลาก

“...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ไม่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้”พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529

โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เช่น โครงการแก้มลิง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหากนครและปริมณฑล และช่วยระบายน้ำจากภาคเหนือลงสู่อ่าวไทยตามจังหวะการขึ้นลงของระดับรน้ำ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก และการสูบน้ำที่เหมาะสม ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำตามคูคลองธรรมชาติในช่วงฤดูฝน โดยการขุดลอกคลองชายฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเข้าพระยาให้เป็นคลองพักน้ำขนาดใหญ่ แล้วระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งภายหลังขยายโครงการไปในจ.ชุมพร และสงขลา

โครงการคลองลัดโพธิ์ โดยปรับปรุงคลองลัดโพธิ์บริเวณคุ้งน้ำช่วงที่ไหลผ่านเชตพื้นที่บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ ระยะทาง 18 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 600 มตร เพื่อย่นระยะทางการไหลของน้ำ ช่วยให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลัดลงทะเลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งสามารถช่วยลดระดับน้ำท่วมสูงสุด 5-6 เซนติเมตร และลดระยะเวลาน้ำท่วมลงได้ 1-2 วัน

แม้แต่ในช่วงที่พระองค์ทรงเสด็จรักษาพระอาการประชวน ณ โรงพยาบาลศิริราช ก็ทรงเสด็จพระราชดำนเนิทอดพระเนตรระดับน้ำบ่อยครั้ง

“ทุกวันผมต้องถวายรายงานเกี่ยวกับระดับน้ำให้พระองค์ท่านทั้งด้วยวาจา และลายลักษณ์อักษร ทำให้ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานต่างๆมาร่วมประชุมหารือ เพื่อเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องในการถวายรายงาน บางครั้งทรงรับสั่งถามขณะอยู่ในลิฟต์ว่า ระดับน้ำเป็นอย่างไรบ้าง น้ำขึ้นมาเท่าไหร่ บริเวณปากน้ำระดับเท่าไหร่ ซึ่งพวกผม็ต้องถวายรายงานข้อมูลได้ทันที แม้อยู่ในช่วงเวลาฟื้นฟูพระวรกาย ก็ทรงงานเสมอ”ศ.คลินิก นพ.ธีระวัฒน์ กุลทนันทน์ หัวหน้าคณะแพทย์ผู้ถวายงานครั้งเสด็จรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช (http:/www.bangkokbiznews.com 19 ตุลาคม 2559)

สะท้อนถึงความห่วงใยพสกนิกร และสายพระเนตรอันยาวไกล

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม “สยามรัฐ” จึงขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์