เสือตัวที่ 6

ท่ามกลางความเดือดร้อนจากความเป็นความตายอันเกิดจากพิษของโรคร้าย COVID-19 ที่กำลังไล่ล่าชีวิตพี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างหนักหน่วงทุกวันนี้ โดยสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 64 ถึง 6 ต.ค. 64 พบจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่ม 9,866 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ มีผู้ติดเชื้อสะสมไปแล้ว 1,638,234 ราย ในจำนวนนี้ เป็นการติดเชื้อรายใหม่เป็นกลุ่มก้อนใหญ่ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างน่ากังวล โดยทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้ง จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสนั้น มีผู้ติดเชื้อสะสมไล่เลี่ยกันในหลักสองหมื่น ทั้งนี้ จากข้อมูลเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.64) พบว่า จ.นราธิวาส มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 472 คน รองลงมาคือ จ.ยะลา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 431 คน และ จ.ปัตตานี เพิ่มขึ้น 281 คน ซึ่งนับว่า เป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดที่สวนทางกับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีแนวโน้มลดลง ต่ำกว่าหลักหมื่นมาหลายวันแล้ว

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้ายที่ยังไม่นิ่งดังกล่าว ทำให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความกังวลต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในขณะนี้ที่ต้องเร่งแสวงหาวิธีการในการควบคุมการแพร่ระบาดห้วงนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อชีวิตพี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ ซึ่งขณะนี้ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยง ศอ.บต. จึงได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการหารือเพื่อแก้ไขสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พี่น้องประชาชน ทั้งแบบรายบุคคลและการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้วยสถานการณ์ที่เป็นภัยต่อชีวิตพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบาดรุนแรงอยู่ในขณะนี้ ทำให้ ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานในทุกๆ เรื่อง ในอันที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ตลอดจนเป็นสะพานเชื่อมโยงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ไปสู่หน่วยงานรัฐ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดังนั้น การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดรุนแรงห้วงนี้ ศอ.บต. จึงเร่งการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและเพียงพอให้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 เป็นอย่างน้อย และให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือในการจัดหา สั่ง หรือนำเข้า วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 อย่างเร่งด่วนมาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ และต้องสอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่ปกติในพื้นที่อย่างแท้จริง

ศอ.บต. จึงได้ร่วมกันหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกัน โรค COVID-19 อย่างเร่งด่วนแต่ต้องรอบคอบ ในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในแนวทางที่ทุกภาคส่วนของรัฐ มีความเห็นร่วมกันในการร่วมมือกันสนับสนุนการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด โดยที่ทุกหน่วยงานของรัฐได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้เกิดความมั่นคงและสร้างความผาสุกให้เกิดกับพี่น้องในดินแดนแห่งนี้อย่างแท้จริง หากแต่การดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้การนำของ ศอ.บต. หัวเรือใหญ่ด้านการพัฒนาและแก้ไขปัญหาอันเป็นภัยคุกคามที่มองไม่เห็นจาก COVID-19 ที่กำลังคร่าชีวิตผู้คนในพื้นที่แห่งนี้ โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหารในพื้นที่เป็นส่วนสนับสนุนในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานด้านการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจากวิกฤติ COVID -19 ดังกล่าว สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างทันท่วงที แต่ยังมีกลุ่มคนที่คอยเหนี่ยวรั้งการดำเนินการของภาครัฐดังกล่าว ไม่ให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขวิกฤตจากโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่การดำเนินการของรัฐเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้ายตัวนี้ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นเอง

เชื้อโรคร้ายอย่าง COVID-19 ในขณะนี้ ชี้ให้เห็นแล้วว่า พวกมันมีความเก่งกาจขนาดไหน หากผู้คนในพื้นที่แพร่ระบาดเหล่านั้น ไม่เร่งดำเนินการควบคุมและเอาชนะการคุกคามของไวรัสนี้ได้ ย่อมกระทบต่อชีวิตคนแห่งนั้นอย่างมีข้อสงสัย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐโดยการนำของ ศอ.บต. กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ท่ามกลางการเหนี่ยวรั้ง ขัดขวางของคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับความจริงที่เห็นแล้วว่า ลำพังคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวาน ไม่มีศักยภาพในการช่วยชีวิตพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เลย แต่คนที่คิดสวนทางเหล่านั้น ก็ยังก่อเหตุรุนแรง สร้างสถานการณ์อันไม่ปกติอย่างไม่มีเหตุผลเพื่อพี่น้องคนในพื้นที่เลย ทำให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการควบคุมโรคร้าย เพื่อช่วยชีวิตผู้คนในพื้นที่จากการคุกคามของ COVID-19 ด้วยความยากลำบากยิ่ง

ความพยายามในการก่อเหตุรุนแรงเพื่อเหนี่ยวรั้งการแก้ปัญหาของหน่วยงานรัฐและขัดขวางความเจริญที่หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานกำลังดำเนินการให้คนในพื้นที่โดยกลุ่มคนหัวรุนแรงแนวคิดสุดโต่งในขบวนการ ซึ่งยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องโดยไม่แยแสต่อความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จากโรคร้าย COVID-19 ทำให้ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ ต้องสูญเสียวีรบุรุษไปถึง 2 นาย คือ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส และ อส.ทพ.วัฏจักร พรหมนุ้ย ที่ต้องสูญเสียจากการปฏิบัติการเพื่อบังคับใช้กฎหมายของประเทศ ในขณะที่สมาชิกกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงของขบวนการร้ายแห่งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต จำนวน 4 คน พร้อมอาวุธสงครามร้ายแรงจำนวนมาก

จากกรณีการก่อเหตุร้ายโดยไม่มีเหตุผลใดๆ รองรับการกระทำดังกล่าวของกลุ่มคนทั้งหลายในขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ได้ และเชื่อว่าครั้งนี้ คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในความพยายามก่อความไม่สงบให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์สุขของพี่น้องในพื้นที่เลยแม้แต่น้อย เพราะในขณะที่คนในท้องถิ่นกำลังเดือดร้อนจากวิกฤต COVID-19 และกำลังได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ กลับมีคนกลุ่มหนึ่งเห็นแต่ประโยชน์เฉพาะกลุ่มตนที่เพ้อฝัน แต่สิ่งนั้นกลับเหนี่ยวรั้งความอยู่รอดของพี่น้องตนเองจากการช่วยเหลือของรัฐอย่างชัดเจน