การลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกมองในเชิงการเมืองว่าเป็นการบริหารการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ ดังที่มีข่าวออกมาว่าพล.อ.ประยุทธ์จะปรับตัวใกล้ชิดกับส.ส.มากขึ้น หากแต่ท่ามกลางสปอตไลต์ทางบการเมืองที่จับตาปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค ก็ทำให้ขับเน้นภาพของการทำงานเพื่อรับฟังและเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดต่างๆ ไปโดยปริยาย

และหากใครจะทันได้สังเกตหรือไม่ ก็คือในจังหวะที่พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่นั้นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติสารพัดมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเลหือและบรรทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนออกมา

ไล่เรียงกันมาตั้งแต่การอนุมัติงบกลางปี 2564 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 27,005 ล้านบาท เพื่อนำมาขยายมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประกอบด้วย 1.ใช้วงเงิน 2,018 ล้านบาท เพื่อขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำ/ค่าไฟ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2564-ก.ย.2565 (12 เดือน) กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรี กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาท/ ครัวเรือน/เดือน ครอบคลุม 1.9 ล้านครัวเรือน

ขณะเดียวกัน ยังคงการสนับสนุนค่าน้ำประปา วงเงิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน ในกรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระด้วยตนเอง และกรณีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด ครอบคลุมประมาณ 186,625 ครัวเรือน

2. อนุมัติวงเงิน 18,815 ล้านบาท สนับสนุนค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการเพิ่มเบี้ยความพิการ-ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ โดยผู้มีสิทธิที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับ 200 บาท/คน/เดือน ในส่วนผู้มีสิทธิที่มีรายได้ ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับ 300 บาท/คน/เดือน รวมทั้งได้รับส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 55 บาท/คน/3 เดือน และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อาทิ ค่าโดยสาร ขสมก. ระบบ e-Ticket/ รถไฟฟ้า บขส. รถไฟ อย่างละ 500 บาท/คน/เดือน และเบี้ยความพิการ 1,000 บาท/คน/เดือน 3. อนุมัติวงเงิน 1,642 ล้านบาท ดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) 4.วงเงิน 4,530 ล้านบาท สำหรับจัดสรรสวัสดิการแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสำหรับผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจทำให้ผู้สมัครรอบใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น

ครม.ยังได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ฉบับที่...) พ.ศ. ....ขยายเวลาปรับลดอัตราจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย.-30 พ.ย.2564 ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมฝ่ายละ 5% เหลือ 2.5% ของค่าจ้างผู้ประกันตน ส่วนผู้ประกันตนตาม ม. 39 ให้ปรับลดอัตราจ่ายเงินสมบทจากเดิมในอัตราเดือนละ 432 บาท ลดลงเหลือ 235 บาท/เดือน โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นไป

อาจกล่าวได้ว่า เป็นการปรัยตัวของพล.อ.ประยุทธ์รอบนี้ ยังพลิกมารุกทางการเมือง ท่ามกล่างปี่กลองเลือกตั้ง อบต. และปฏิบัติการกอบกู้ศรัทธากลับคืนมา แต่จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ต้องใช้ผลการเลือกตั้งวัด