จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้มีหนังสือที่ ลต 0015/1426 แจ้งหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในเรื่องสมาชิกพรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด การประชุมใหญ่สาขาพรรคการเมือง การประชุมใหญ่พรรคการเมือง และการเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป ทำให้มีบรรดาคอการเมืองและหลายๆแวดวงตีความกันว่าจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วๆนี้

อาจเป็นห้วงเวลาหรือความคิดความต้องการของพรรคการเมือง จึงทำให้มีความเข้าใจเช่นนั้น ทั้งที่บรรดาพรรคการเมืองต่างก็รู้กันดีว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่กกต. ทำหนังสือแจ้งเตือนในเรื่องดังกล่าว แต่ทำมาแล้วถึง 6 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์กรณีส่งหนังสือแจ้งหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป ว่า การออกหนังสือดังกล่าวเป็นไปตามปกติ เป็นขั้นตอนการประสานงานกับพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีหนังสือแจ้งให้พรรคการเมืองได้เตรียมความพร้อมไปหลายฉบับแล้วและออกมาอย่างต่อเนื่องตลอด

ทั้งนี้ เนื่องจากพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกพรรคทั้งใหม่และเก่า รวมทั้งถ้าหากจะมีการเลือกตั้งสิ่งที่หนักที่สุดสำหรับพรรคการเมืองคือต้องมีสาขาพรรค หรือตัวแทนการเมืองประจำจังหวัดทุกเขตเลือกตั้ง จึงเป็นงานหนักของพรรค ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแจ้งเตือนพรรคการเมืองตลอด เมื่อเป็นกฎหมายใหม่ ไม่เหมือนเดิม นายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งมีหน้าที่ดูแลก็ต้องแจ้งให้พรรคการเมืองเตรียมตัวให้พร้อม

“การออกหนังสือไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่อย่างแน่นอน เป็นการส่งหนังสือแจ้งตามปกติ”

ทั้งนี้เนื้อหาสำคัญๆ เรื่องของสาขาพรรค กกต.แจ้งให้ พรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ข้อ 24 ข้อ 28 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2563 และประกาศนายทะเบียน พรรคการเมือง เรื่อง สมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ. 2564 โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง ในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด การประชุมใหญ่สาขาพรรคการเมือง การประชุมใหญ่พรรคการเมือง การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของพรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมือง ประจำจังหวัด การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้สมัครเข้ารับเลือก เป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นต้น

การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง กรณีที่พรรคการเมืองได้จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองไว้แล้ว ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยมีเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบทั้งจังหวัด หากประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดในจังหวัดนั้น พรรคการเมืองต้องเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบจากทั้งจังหวัดเป็นเฉพาะเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น โดยต้องมีที่ตั้งสาขาพรรคการเมืองและคณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น และต้องมี สมาชิกพรรคการเมืองที่มีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้งนั้นตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป และแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หากไม่ดำเนินการดังกล่าว พรรคการเมืองก็จะไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นได้ หรือจะไม่สามารถแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นได้ เพราะจะขัดกับ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

กรณีที่พรรคการเมืองยังมิได้จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามมาตรา 33วรรคหนึ่ง (2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หากประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ก็จะต้องดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองให้เป็นไป ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 33วรรคหนึ่ง (2) ประกอบประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การจัดตั้ง สาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พ.ศ. 2563 โดยที่สาขาพรรคการเมือง แต่ละสาขาต้องมีสมาชิกพรรคการเมืองที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมือง ตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป โดยมีเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองเฉพาะเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่ง ทั้งนี้ สาขาพรรคการเมืองที่จัดตั้งตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2) เป็นองค์ประกอบหนึ่งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ พรรคการเมืองตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน

จากกรณีนี้ แม้รัฐบาลนีจะอยู่จนครบเทอมในเดือนมีนาคม 2566 ก็ไม่อาจแน่ใจว่าบางพรรคการเมืองจะมีสาขาพรรคครบแล้วหรือยัง จึงเป็นคำถามย้อนกลับไปที่พรรคการเมืองต่างๆที่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็วนั้น วันนี้พร้อมแล้วหรือยัง?