ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้นเป็นความตั้งใจมาทุกรัฐบาล แต่ทั้งนี้ปัญหายังคงสั่งสม และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตการณ์เมื่อมีปัจจัยร้ายอย่างโควิดที่เข้ามากดดันปัญหาต่างๆ

ข้อมูลล่าสดหนี้ครู ปี 2563 สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท โดยเป็นหนี้กับสหกรณ์ออมทรัพย์มากที่สุด 8.7 แสนล้านบาท หนี้ธนาคารออมสิน 3.9 แสนล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 6 หมื่นล้าน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 6 หมื่นล้าน

รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะให้แก้ไขปัญหาหนี้ครูอย่างเป็นรูปธรรม เบื้องต้นพบว่าการแก้ปัญหามีข้อจำกัดของระเบียบสหกรณ์ ซึ่งระทรวงศึกษาธิการตั้งคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อหารือกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อช่วยจัดกลุ่มหนี้และเชื่อมโยงสหกรณ์ออมทรัพย์ พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาเหมือนกับหนี้สินสถาบันการเงินที่พักชำระหนี้ ลดต้น ขยายเวลาการชำระหนี้

โดยได้สรุปแนวทางเบื้องต้นจะมีการนำร่องแก้หนี้ครูในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งในเฟสแรกจะนำร่องแก้หนี้ครูในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จำนวน 11 แห่ง และหากประสบความสำเร็จจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกแห่งต่อไป ทั้งนี้มาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจะเริ่มมาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะครูส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้จะมาจากแหล่งเงินกู้สหกรณ์ทรัพย์ครู ก่อนขยายไปเจรจากับสถาบันการเงินของรัฐและพาณิชย์

นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการรับฟังความคิดเห็นตรงกับที่เราได้ตั้งสมมุติฐานไว้ในการลดดอกเบี้ย ซึ่งดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้จะต้องสมดุลกัน แต่เมื่อเทียบดอกเบี้ยของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกับดอกเบี้ยของสถาบันการเงินทั่วไป พบว่า ดอกเบี้ยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสูงกว่า จึงทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้สูงไปด้วย จะต้องหาแนวทางการปรับลดดอกเบี้ยลง และเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ กรณีสมาชิกมีปัญหาเกิดขึ้นจะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดหรือไม่ เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยหรือกรณีมีการฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการลดดอกเบี้ยทั้งจากสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นการบรรเทาปัญหาหนี้ครูที่มาถูกทาง ประเด็นต่อมาที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลังต้องคิดต่อไปก็คือ จะส่งเสริมบทบาทของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอย่างไรให้เป็นการออมเป็นหลักที่แท้จริงเพื่อความมั่นคงของผู้ที่อยู่ในวิชาชีพครู และป้องกันปัญหาไม่ให้ครูรุ่นใหม่เข้ามาไปสู่วงจรหนี้ต่อไป รวมทั้งปัญหาหนี้ที่ไม่ได้ก่อเอง แต่มาจากการค้ำประกันทั้งหนี้กยศ.และการค้ำประกันอื่นๆ เช่นเดียวกับข้าราชการในหน่วยงานอื่นที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน