นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมการปรับลดพิกัดอัตราขาเข้าสินค้าประเภทไวน์ สุรา และยาสูบประเภทซิการ์ลงกึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 5 ปี ตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 ในการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักและลงทุนในประเทศ โดยในส่วนของกรมฯ มีอากรที่ชัดเจนอยู่แล้ว คาดว่าจะมีสินค้าประมาณ 30% ที่สามารถปรับลดได้ ทั้งนี้เมื่อมีการปรับลดพิกัดอัตราขาเข้าสินค้าดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ก็จะออกกฎกระทรวงมาดูแลในเรื่องนี้ นอกจากนี้ กรมได้เตรียมปรับปรุงประกาศที่เกี่ยวกับการปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสารที่นำติดตัวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรทางท่าอากาศยานให้เหมาะสมและเป็นปัจจุบัน โดยให้ใช้หลักการพิจารณาจากปริมาณ จำนวน หรือสภาพของสิ่งของที่นำเข้าหรือส่งออกว่าเป็นไปเพื่อการใช้ประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ แทนการพิจารณาจากมูลค่าของสิ่งของ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยดึงชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เสนอ โดยตั้งเป้า 5 ปี (2565 – 2569) มีชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ผู้เกษียณอายุที่มีรายได้สูงจากบำนาญมาอาศัยในไทย 1 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเบื้องต้นที่ 1 ล้านบาท/คน ส่งผลให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท