แสงไทย เค้าภูไทย

ผู้ว่าสมุทรสาครลาออก ทั้งที่มีผลงานเด่นด้วยไม่สามารถฟันฝ่าระบบราชการแบบฝักฝ่าย สวนทางกับฝ่ายบริหารที่ผิดพลาดบริหารสถานการณ์โควิด-19 ทั้งๆที่มีรัฐบาลเลือกตั้ง แต่นายกฯ กลับรวบอำนาจสั่งการใช้แต่ ฝ่ายบริหารยุคคสช.จนรมว.สธ.กลายเป็นเจว็ดศาลพระภูมิ

การลาออกจากราชการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งๆที่เหลือเวลาอีกปีเดียวเกษียณอายุราชการ สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบราชการหลายด้าน

โดยเฉพาะด้านการปกครองที่ยังมีการเล่นพรรคเล่นพวก เล่นสีสถาบันใช้เส้นสาย แสวงหาผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม

ขณะที่ด้านการบริหารสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ที่ศบค.ซึ่งขึ้นกับตัวนายกฯเป็นประธานศูนย์ ล้มเหลวในการควบคุมสถานการณ์

ความล้มเหลวที่สร้างความเสียหายให้มากที่สุดคือการบริหารวัคซีน

สมุทรสาครเป็นต้นตอการระบาดระลอก 2 จากคลัสเตอร์แพปลา ที่ทำให้ผู้ว่าฯวีระศักดิ์ต้องทำงานอย่างหักโหมจนสามารถควบคุมการระบาดได้ แต่ตัวเองก็ติดเชื้อลงปอด วิกฤติจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในห้องฉุกเฉิน

เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็จับงานต่อ แต่การระบาดที่ซาลงกลับมาขยายตัวใหม่เหตุจากความล้มเหลวของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะองค์การเภสัชฯและหน่วยงานเกี่ยวข้องที่ไม่สามารถจัดหาวัคซีนมากระจายการฉีดได้ทั่วถึง

ยังไม่นับวัคซีนที่นำมาฉีดให้ประชาชนด้อยคุณภาพ

เป็นสภาพการณ์ที่อย่าว่าแต่ผู้ว่าฯวีระศักดิ์เลย แม้แต่โรงพยาบาลภาครัฐทุกโรงพยาบาลก็เหลือกำลังที่จะรับผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับการรักษาได้

ทั้งยังไม่สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่สมุทรสาครคือขาดแคลนวัคซีน

จำนวนผู้ป่วยแท้จริงนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบาดเชื่อว่ามีมากกว่าจำนวนที่ ศบค.ประกาศอย่างเป็นทางการหลายเท่าตัว

เหตุจากหลายโรงพยาบาลยุติการตรวจคัดกรอง เหตุจากเมื่อตรวจพบแล้วไม่สามารถรับเข้ารับการรักษาได้

ยิ่งกว่านั้น ผู้ป่วยที่นอนรับการรักษาที่โรงพยาบาลส่วนหนึ่งที่ต้องใช้เครื่องจ่ายออกซิเจนช่วยหายใจ

ก็ถูกปล่อยให้ตายโดยแพทย์ไม่สามารถช่วยเหลือเยียวยาได้

มีผู้ป่วยนอนรอความตายที่บ้านนับพันราย ที่ออกมาตายข้างถนนก็มาก เป็นภาพที่ภาครัฐพยายามบิดเบือนว่าเป็นการสร้างภาพ

วัดที่รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากดควิด-19 ใช้งานเมรุเกินกำลัง ถึงขนาดเมรุแตก

สภาพที่ก่อเกิดความท้อแท้เช่นนี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผู้ว่าฯวีระศักดิ์ใช้เป็นเหตุผลในการลาออก

เมื่อกระทบกับระบบราชการเส้นสาย ก็ถึงกับถอดใจ

กลายเป็นบ้านนี้เมืองนี้คนดีอยู่ไม่ได้

ความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์ระบาดโควิดมีการโยนผิดไปที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล รมว.สาธารณสุข

นายอนุทินปฏิเสธด้วยเหตุผลอ้อมๆว่า ตนแค่ดูนโยบาย ไม่ได้เข้าไปกำกับดูแล

น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะงานทั้งหมดถูกรวบไปขึ้นกับนายกรัฐมนตรี

ผิดพลาดขนาดนี้ สมควรจะทำอย่างไร

นายกรัฐมนตรีหลายประเทศแสดงสปิริตลาออก เปิดทางให้มีนายกฯคนใหม่มาบริการแทน

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

แต่ของเราไม่ยอมออก

จะอยู่ต่อรอเมรุแตกครบร้อย เพื่อจะได้ฉายาหรูๆติดตัวไปตลอดชีวิตหรือไร ?