แสงไทย เค้าภูไทย

จีนสร้างกำแพงเมืองจีนใหม่ยาว 500 กม.กั้นพรมแดนเมียนมา แบบ Trump’s Wall สกัดกั้นแรงงานเถื่อน โควิด-19 ยาเสพติด ของเถื่อน ไทยน่าจะทำบ้าง

ขณะนี้มีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นทุกวันจนตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มไล่ระดับจากหลักพันต้นๆเมื่อต้นเดือนกลายเป็นหลักหมื่นขึ้น

กังวลว่ายอดคลื่น Delta Wave 4 จะขึ้นเป็นหลักแสน

โดยมาจากคลัสเตอร์โรงงาน แคมป์ก่อสร้าง และชุมชนแออัด ที่ต้นตอการแพร่ระบาดมาจากแรงงานเมียนมา

มีรายงานจากภาคการผลิตว่า ไทยยังขาดแคลนแรงงานอีกถึง 500,000 คน

แรงงานระดับล่างนั้น เป็นแรงงานต่างชาติที่เป็นชาวเมียนมากว่า 70% โดยกว่า 60% เป็นแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามาตามชายแดน

แรงงานเหล่านี้ มักจะติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเข้าทำงาน ตามโรงงาน ตลาดสด ก็มักจะแพร่เชื้อไปสู่คนงานด้วยกันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เชื้อโควิดที่แรงงานเมียนมาติดตัวมานั้น ล้วนเป็นเชื้อเดลตาที่ระบาดจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งเมียนมามีพรมแดนติดต่อยาวกว่าพันกิโลเมตร

การแพร่ระบาดของเดลตาในเมียนมานั้น เข้าขั้นวิกฤติ เหตุจากสถานการณ์ยึดอำนาจรัฐ ทำให้มีข้อจำกัดทางการแพทย์

การตรวจเชื้อทำได้แค่วันละ 20,000 แต่พบผู้ติดเชื้อถึงวันละ 5,000 - 7,000 คน

จากรายงานนี้ ทำให้จีนกังวล ใช้มาตรการป้องกันชายแดนเข้มข้นสกัดกั้นชาวเมียนมาข้ามแดน

จีนใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์สร้างกำแพงกั้นพรมแดนจีน-เมียนมายาวกว่า 500 กิโลเมตร

จุดประสงค์นอกจากสกัดกั้นแรงงานเถื่อนข้ามแดนแล้วยังสกัดกั้นยาเสพติดไปพร้อมกัน

แบบเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์สร้างกำแพงกั้นแดนเม็กซิโก 452 ไมล์ ( 727 กิโลเมตร ) ค่าก่อสร้าง 6.1 พันล้านดอลลาร์ จากงบฯที่ตั้งไว้ 10.8 พันล้านดอลลาร์ หากสร้างถึงจุดสุดท้ายของแนวเขตแดน 644 ไมล์( 1,069 กม.)

แต่เมื่อเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีมาเป็นโจ ไบเดน รัฐบาลได้สั่งระงับก่อสร้าง โดยเห็นว่าสิ้นเปลือง และเขตแดนระยะที่เหลือนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กำแพงกั้นขนาดนั้น ซ้ำทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่อาจทำลายระบบนิเวศนวิทยา เสี่ยงการสูญพันธุ์ของสัตว์ในย่านดังกล่าวราว 93 สายพันธุ์

ส่วนที่สร้างไปแล้ว น่าจะเพียงพอต่อการหยุดยั้งการข้ามแดนแบบผิดกฎหมายและสกัดกั้นยาเสพติดได้แล้ว

สำหรับสภาพกำแพงเมืองจีนใหม่นั้น จีนไม่สร้างเป็นกำแพงเสาแท่งที่ใช้เศษเหล็กเป็นแกนผสมคนกรีตจากซากปรักหักพังที่ทุบทิ้งทั้งหมดเหมือนอเมริกา

หากแต่สร้างสลับกับแผงเหล็กและลวดหนาม โดยสร้างกำแพงคอนกรีตเฉพาะจุดที่ข้ามแดนได้ง่าย ส่วนพื้นที่หน้าผา สันเขาชัน ก็สร้างแค่รั้วลวดหนาม ความยาวทั้งหมด 500 กิโลเมตร

เสริมกำแพงกั้น รัฐบาลใช้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ราว 22,000 คนตระเวนตรวจเข้มตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีจุดตรวจ 136 จุด

ขณะนี้จีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้กว่า 90 % แล้วโดยมีผู้ติดเชื้อรายวันระดับไม่เกินร้อย จึงกังวลการแพร่ระบาดจากเมียนมาที่เชื้อกลายพันธุ์เดลตากำลังระบาดรุนแรง

เมียนมาหละหลวมมากในการป้องกันการข้ามแดนด้านบังกลาเทศและอินเดีย

โดยเฉพาะด้านบังคลาเทศที่ชาวโรฮีญจาจากรัฐยะไข่ ที่เมียนมาปราบปรามรุนแรงจนนอพยพข้ามแดนและรัฐบาลบังกลาเทศต้อนเข้าศูนย์อพยพ แต่มักจะหลบหนีเข้ามายังบ้านเดิม

ชาวเมียนมาติดเชื้อเดลตาก็จากการข้ามแดนไปมาเหล่านี้

เชื้อเดลตานี้ ไทยเรารับช่วงมาอีกต่อจากแรงงานเถื่อนข้ามพรมแดนนี่แหละ

ส่วนแรงงาน ทั้งจากฝั่งไทยและจากฝั่งเมียนมา เป็นขบวนการนำเชื้อเข้าประเทศ

แรงงานพวกนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ชายแดนฝั่งไทยจับได้ก็จะส่งกลับ

กลับไปฝั่งโน้น ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เจ้าหน้าที่ด่านเมียนมาจัดที่พักและอำนวยความสะดวกเอาไว้ให้

รอจังหวะไทยเผลอ ก็ปล่อยพวกนี้กลับมาใหม่

ค่าอำนวยความสะดวกที่เจ้าหน้าที่ชายแดนเมียนมาเรียกเก็บจากแรงงานเหล่านี้จากปากคำแรงงานเมียนมาที่ถูกจับได้ตกหัวละ 2 หมื่นบาท

ส่วนฝั่งไทย จะมีพวกส่วยเล็ก ส่วยย่อยคอยรับช่วงส่งต่อ ส่วยใหญ่คอยบงการอยู่ในเมืองหลวง

ใครที่ชอบอวยจีน ว่าเอาใจเผด็จการเมียนมา เพื่อผลประโยชน์น้ำมันในอ่าวเมาะตะมะที่ต่อท่อไปจีน ย่อมจะเข้าใจแล้วว่า จีนเอานั้น เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน

นอกจากชายแดนเมียนมาแล้ว จีนยังสร้างกำแพงกั้นชายแดนด้านลาวและเวียดนามด้วย ด้วยจุดประสงค์คล้ายคลึงกัน

สำหรับไทย เส้นแบ่งเขตแดนไทย-เมียนมายาว 2,401 กิโลเมตร

มีทั้งพรมแดนธรรมชาติเช่นแม่น้ำ สันเขา ป่าทึบ พื้นราบ จากเหนือสุดคือเชียงราย ลงใต้สุดคือระนอง

พรมแดนพื้นราบส่วนใหญ่ใช้รั้วลวดหนามกั้น ขณะที่พรมแดนธรรมชาติยังเป็นธรรมชาติดิบๆ

หากมีการข้ามพรมแดนมา ก็ได้แต่คอยสกัดจับบนเส้นทางที่พวกข้ามแดนจะออกมาสู่เส้นทางไปสู่ถนนที่มีคนไทยค้าแรงงานเถื่อนมารอรับ

เราจะลงทุนสร้างกำแพงแบบจีนกันไหม เพื่อผลทั้งด้านสกัดกั้นแรงงานเถื่อนและยาเสพติด ?

เพราะถ้ายังปล่อยให้พรมแดนธรรมชาติยังเปิดโล่งเช่นนี้ การลักลอบข้ามพรมแดนจากเมียนมาเข้ามาจะไม่มีวันหมดสิ้นหรือแม้แต่ควบคุมได้

อย่าลืมว่า เรายังขาดแคลนแรงงานระดับล่างที่คนไทยไม่ทำอยู่ถึง 500,000 คน

ถ้าลักลอบนำเข้ามาได้สักแสนคน

เชื้อไวรัสที่แรงงานเมียนมานำติดตัวเข้ามา จะเพิ่มจำนวนคนไทยติดเชื้ออีกกี่แสน ?