เมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและรูปปั้นนักดับเพลิงปีนบันไดแก่นักดับเพลิงผู้ปิดวาล์วถังสารเคมีในเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักดับเพลิงของกทม. จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายนัฐพล ดานะ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน สถานีดับเพลิงและกู้ภัยดาวคะนอง นายฉัตรชัย อภิวงค์ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ และนายวิทวัส ประสงค์ทรัพย์ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน สถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลิ่งชัน โดยมี คณะผู้บริหารกทม. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า)

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับกทม. 2 เขต คือ เขตลาดกระบัง และประเวศ จึงได้สั่งการให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำนักดับเพลิงและกู้ภัย และเจ้าหน้าที่กทม. รวม 164 คน พร้อมรถน้ำดับเพลิง รถกู้ภัยสารเคมี รถบรรทุกอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ (SCBA) รถ LUF-60 น้ำยาโฟม ชนิดดับเพลิงสารเคมี 347 ถัง รวมถึงรถบัญชาการสื่อสารจากศูนย์วิทยุพระราม 199 ไประงับเหตุร่วมกับนักดับเพลิงและกู้ภัย จ.สมุทรปราการ อาสาสมัคร จิตอาสา และมูลนิธิต่าง ๆ ใช้เวลากว่า 20 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมีใกล้เคียง 1-5 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังได้สูญเสียอาสาสมัครผู้เสียสละอีก 1 ราย

จากเหตุการณ์นี้ จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนได้ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือ ตลอดจนร่วมแรง ร่วมคิด ร่วมใช้เทคนิควิธีการที่มี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและระงับเหตุให้ได้เร็วที่สุด ขอขอบคุณนักดับเพลิงทั้ง 3 รายเป็นอย่างยิ่ง ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญในการหยุดการรั่วไหลของสารเคมีที่เป็นสาเหตุของการระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ ด้วยความกล้าหาญและยอมเสี่ยงอันตราย เข้าไปปิดวาล์วถังสารเคมี นอกจากนี้ ขอขอบคุณนักดับเพลิงของกทม.ทุกคน ที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจระงับเหตุดังกล่าว ด้วยความทุ่มเท กล้าหาญ จนเพลิงสงบ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกทม. รวมทั้งสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพของนักดับเพลิงและความปลอดภัยให้กับคนกทม. ขอให้นักดับเพลิงของกทม.ทุกคน หมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีร่างกายที่แข็งแกร่ง และจิตใจที่เข้มแข็ง ปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความสำนึกว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ ขอให้ภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตน เพื่อร่วมเป็นพลังในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขับเคลื่อนกทม.ให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน